ประเมินสภาพโครงสร้างอาคาร สะพาน และฐานรากอย่างแม่นยำ โดยไม่ทำลายโครงสร้างเดิม ด้วยเทคโนโลยี GPR, UPV, Core Drilling และ Parallel Seismic Test
ประเมินกำลังรับแรงอัดและคุณภาพคอนกรีตโดยไม่ทำลายโครงสร้างเดิม
เจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีตแกนกลม ทดสอบกำลังรับแรงอัดจริงในห้องปฏิบัติการ ตามมาตรฐาน ASTM C42
ทดสอบความแข็งผิวคอนกรีตแบบรวดเร็ว แปลงค่าเป็นกำลังรับแรงอัดโดยประมาณ ตามมาตรฐาน BS EN 12504-2
ส่งคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านคอนกรีต ประเมินคุณภาพและตรวจหาโพรงหรือรอยแตกภายใน ตามมาตรฐาน ASTM C597
วัดความลึกที่คาร์บอเนชันแทรกซึม ประเมินอายุการใช้งานที่เหลือและความเสี่ยงการกัดกร่อนเหล็กเสริม ตามมาตรฐาน BS EN 14630
ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและเทคโนโลยีขั้นสูงตรวจหาสิ่งผิดปกติภายในโครงสร้างและใต้ดิน
สแกนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าตรวจหาโพรง รอยร้าว ท่อ และวัตถุใต้ดินลึกถึง 1–2 เมตร ตามมาตรฐาน ASTM D6432
ระบุตำแหน่ง ขนาด และระยะคลุม (Cover Depth) ของเหล็กเสริมในคอนกรีตโดยไม่ต้องเจาะ
วัดศักย์ไฟฟ้าของเหล็กเสริม ประเมินความน่าจะเป็นในการกัดกร่อน เหมาะกับโครงสร้างอายุมากหรือสภาวะรุนแรง ตามมาตรฐาน ASTM C876
สำรวจและทำแผนที่รอยร้าว วัดความกว้างและความยาว ติดตามการเปลี่ยนแปลงด้วย Crack Gauge
ทดสอบและประเมินความสามารถรับน้ำหนักของฐานรากและโครงสร้างอาคาร
ทดสอบแรงดึง (Pull-Out Strength) ของ Anchor Bolt และวัสดุยึดในคอนกรีต วัด Load-Displacement Curve ยืนยันกำลังยึดเกาะ
ประเมินความยาวเสาเข็มและฐานรากเดิมโดยไม่ต้องขุด เหมาะกับโครงสร้างเก่าที่ไม่มีแบบก่อสร้าง ตามมาตรฐาน ASTM D5882
ทดสอบความสามารถรับน้ำหนักบรรทุกของพื้นคอนกรีต วัดการโก่งตัว (Deflection) ยืนยันว่าพื้นรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบ
ตรวจสอบสภาพฐานราก คาน เสา และพื้น ประเมินความเสียหายและการเสื่อมสภาพ พร้อมรายงานข้อเสนอแนะซ่อมบำรุง
SPN Soil Engineering ให้บริการตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Evaluation / Structural Testing) ครบ 12 รายการ ครอบคลุมการประเมินคุณภาพคอนกรีต การตรวจหาจุดบกพร่อง การประเมินฐานราก และการวิเคราะห์โครงสร้าง สำหรับอาคาร สะพาน โรงงาน และโครงสร้างพิเศษทุกประเภท ผลการทดสอบรับรองโดยวิศวกรผู้ได้รับใบอนุญาต ใช้ยื่นหน่วยงานราชการได้
กลุ่มการทดสอบเพื่อประเมินกำลังรับแรงอัด คุณภาพ และอายุการใช้งานของโครงสร้างคอนกรีตโดยไม่ทำลายโครงสร้างเดิม
กลุ่มการทดสอบที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและเทคโนโลยีขั้นสูงในการตรวจหาสิ่งผิดปกติภายในโครงสร้างและใต้ดิน
กลุ่มการทดสอบสำหรับประเมินฐานรากและประเมินความสามารถรับน้ำหนักของโครงสร้าง
← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →
| การทดสอบ | มาตรฐาน | ค่าที่ได้ | ใช้สำหรับ |
|---|---|---|---|
| Core Drilling | ASTM C42 | f'c (MPa) | ยืนยันกำลังคอนกรีตจริง |
| Rebound Hammer | BS EN 12504-2 | Rebound No. | สำรวจเบื้องต้น รวดเร็ว |
| Ultrasonic Pulse Velocity | ASTM C597 | Vp (m/s) | คุณภาพ / โพรงในคอนกรีต |
| Carbonation Depth | BS EN 14630 | ความลึก (mm) | อายุการใช้งานที่เหลือ |
| Ground Penetrating Radar | ASTM D6432 | Radargram | โพรง เหล็ก วัตถุใต้ดิน |
| Rebar Locator | — | ตำแหน่ง / Cover | ตำแหน่งเหล็กเสริม |
| Half-Cell Potential | ASTM C876 | mV vs CSE | ความเสี่ยงกัดกร่อน |
| Crack Mapping | In-situ | แผนที่รอยร้าว | สำรวจและติดตามรอยร้าว |
| Pull Out Test | ASTM C1260 | Load (kN) | กำลังยึดเกาะ Anchor Bolt |
| Parallel Seismic Test | ASTM D5882 | ความยาว (m) | ความยาวเสาเข็ม/ฐานราก |
| Floor Loading Test | In-situ | Deflection (mm) | กำลังรับน้ำหนักพื้น |
| Structural Back Analysis | Engineering | รายงานวิเคราะห์ | หาสาเหตุ / เสริมกำลัง |
Structural Testing คือการทดสอบโครงสร้างโดยรวม เช่น Floor Loading Test, Pull Out Test ที่วัดค่าเชิงกำลัง ส่วน NDE (Non-Destructive Evaluation) เน้นการประเมินสภาพภายในโดยไม่ทำลาย เช่น GPR, UPV, Rebound Hammer ในทางปฏิบัติมักใช้ร่วมกันเพื่อผลที่ครบถ้วน
Rebound Hammer รวดเร็วและไม่ทำลาย เหมาะสำรวจเบื้องต้นหลายจุดในเวลาสั้น แต่ความแม่นยำต่ำกว่า Core Drilling ที่เจาะเก็บตัวอย่างจริงและทดสอบกำลังในห้องปฏิบัติการ แนะนำใช้ Rebound Hammer สำรวจก่อน แล้วเลือกจุด Core Drilling เพิ่มเติมในพื้นที่ที่น่าสงสัย
GPR ตรวจหาได้หลายอย่างในคอนกรีตและดิน ได้แก่ เหล็กเสริม (Rebar), ท่อฝังใน, โพรง (Void), รอยแตกภายใน, สายไฟ และวัตถุใต้ดินอื่นๆ ความลึกที่ตรวจได้ขึ้นอยู่กับวัสดุ — คอนกรีตแห้งตรวจได้ลึกถึง 40–60 cm, ดินทรายแห้งได้ถึง 2–3 เมตร, ดินเหนียวชื้นตรวจได้น้อยกว่า
Pull Out Test ใช้ทดสอบแรงดึงของ Anchor Bolt, Chemical Anchor, สลักเกลียว และวัสดุยึดต่างๆ ในคอนกรีต ใช้บ่อยในงานติดตั้งอุปกรณ์หนัก เช่น เครื่องจักรโรงงาน, Rack & Shelf ขนาดใหญ่, โครงสร้างเหล็ก, Tower และสะพาน รายงานผลรับรองโดยวิศวกรใช้ยื่นต่อหน่วยงานได้
PIT ทดสอบโดยตอกที่หัวเสาเข็มโดยตรง เหมาะสำหรับเสาเข็มที่สามารถเข้าถึงหัวเข็มได้ ส่วน Parallel Seismic Test เจาะหลุมข้างๆ เสาเข็มแล้ววัดคลื่น เหมาะสำหรับเสาเข็มเดิมที่ถูกฝังอยู่ในฐานราก หรืออยู่ใต้อาคารที่ไม่สามารถเข้าถึงหัวเข็มได้
Carbonation คือปฏิกิริยาที่ CO₂ ในอากาศแทรกซึมเข้าคอนกรีตและลดค่า pH ลง เมื่อ Carbonation Front ถึงเหล็กเสริม เหล็กจะเริ่มเป็นสนิมและคอนกรีตแตกร่อน Carbonation Depth Test วัดความลึกนี้ด้วยสาร Phenolphthalein ใช้ประเมินอายุการใช้งานที่เหลือและวางแผนซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน
ได้ครับ รายงานผลการทดสอบทุกฉบับของ SPN รับรองโดยวิศวกรโยธาผู้ได้รับใบอนุญาต (กว.) ใช้ยื่นต่อกรมโยธาธิการและผังเมือง, กรุงเทพมหานคร, เทศบาล, สำนักงานเขต, กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และหน่วยงานราชการอื่นๆ ได้ทุกแห่ง
งานภาคสนามส่วนใหญ่ใช้เวลา 1 วัน ขึ้นอยู่กับจำนวนจุดทดสอบและขนาดพื้นที่ Core Sample ต้องบ่มและทดสอบในห้องปฏิบัติการ 7–14 วัน การทดสอบอื่นๆ เช่น GPR, Rebound Hammer, UPV รายงานพร้อมภายใน 3–5 วันทำการหลังลงพื้นที่
Half-Cell Potential Test วัดศักย์ไฟฟ้าของเหล็กเสริมผ่านผิวคอนกรีต แปลผลตามมาตรฐาน ASTM C876 — ค่า > −200 mV หมายถึงโอกาสกัดกร่อนต่ำ ค่า < −350 mV หมายถึงโอกาสสูงกว่า 90% ใช้ทำ Corrosion Map ระบุบริเวณที่ต้องซ่อมแซมก่อน
วางน้ำหนักทดสอบบนพื้นตามแผนกระจายโหลดที่ออกแบบ วัด Deflection ที่จุดกึ่งกลางและขอบด้วย Dial Gauge หรือ LVDT ตลอดช่วงการทดสอบ 24–48 ชั่วโมง แล้ววัดค่า Recovery หลังปลดโหลด ผลใช้ยืนยันว่าพื้นรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบก่อนนำเข้าใช้งาน