ราคาเจาะดินปี 2026 เริ่มต้นเท่าไหร่?

คำตอบสั้น ๆ ก่อนลงรายละเอียด: สำหรับบ้านพักอาศัย 2–3 ชั้น ค่าบริการเจาะสำรวจดินของ SPN เริ่มต้นประมาณ 20,000–40,000 บาท (2–3 หลุม รวม Lab Test พื้นฐานและรายงานรับรองโดยวิศวกร) โดยราคานี้ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน

เหตุผลที่ไม่มี "ราคาเดียว" ติดป้ายไว้ก็เพราะราคาขึ้นอยู่กับ 5 ตัวแปรหลัก คือ จำนวนหลุม ความลึก พื้นที่ ระยะทาง และความยากของงาน ตารางด้านล่างคือราคาเริ่มต้นของ SPNแยกตามประเภทอาคาร เพื่อให้ตั้งงบประมาณคร่าว ๆ ได้ก่อนขอใบเสนอราคาจริง

ประเภทโครงการจำนวนหลุมความลึกราคาเริ่มต้น (ไม่รวมค่าเดินทาง)
บ้านเดี่ยว 2 ชั้น2-3 หลุม20-30 ม.20,000-40,000 บาท
ทาวน์เฮ้าส์/ทาวน์โฮม2-3 หลุม20-30 ม.20,000-50,000 บาท
อาคารพาณิชย์ 3-4 ชั้น3-4 หลุม25-30 ม.30,000-70,000 บาท
คอนโด/อพาร์ทเมนท์4-8 หลุม40-60 ม.100,000-500,000 บาท
โรงงาน 1,000 ตร.ม.4-6 หลุม30-40 ม.40,000-150,000 บาท
สะพาน/ถนน (ต่อกิโลเมตร)10+ หลุม30-50 ม.300,000-1,000,000+ บาท

* ราคาข้างต้นเป็นราคาเริ่มต้นโดยประมาณ รวมงานสนาม ค่า Lab Test พื้นฐาน และรายงานรับรองโดยวิศวกร (กว.) ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ และยังไม่รวม VAT

* ความลึกอ้างอิงแนวทางของ วสท. (วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย) ปี 2551 ปรับตามสภาพชั้นดินจริงของแต่ละพื้นที่ — ดูเกณฑ์หยุดเจาะในหัวข้อมาตรฐานความลึกด้านล่าง

5 ตัวแปรหลักที่กำหนดราคา

1. จำนวนหลุม (Boring Points)

ยิ่งเจาะหลายหลุมในพื้นที่เดียวกัน ราคาเฉลี่ยต่อหลุมยิ่งลดลง เพราะค่าตั้งอุปกรณ์ ค่าขนย้าย และค่าเดินทางเป็นต้นทุนคงที่ที่เฉลี่ยได้หลายหลุม การเจาะหลุมเดียวจึงมีราคาต่อหลุมสูงที่สุด เพราะต้องแบกต้นทุนคงที่เต็มจำนวน

เปรียบเทียบราคาเฉลี่ยต่อหลุมแบบภาพรวม (ยิ่งเจาะมาก ยิ่งประหยัดต่อหลุม):

  • 1 หลุม: ราคาต่อหลุมสูงที่สุด — ใช้เป็นฐานเปรียบเทียบ (100%)
  • 2–4 หลุม: ประหยัดลงประมาณ 10–20% ต่อหลุม เทียบกับการเจาะหลุมเดียว
  • 5 หลุมขึ้นไป: ประหยัดลงประมาณ 15–30% ต่อหลุม — คุ้มค่าที่สุดต่อหลุม

ตัวเลข % ข้างต้นเป็นการเปรียบเทียบโดยประมาณ ขึ้นกับความลึก ระยะทาง และสภาพหน้างานจริง — ดูราคาเริ่มต้นรวมทั้งงานแยกตามประเภทอาคารได้ที่ตารางด้านบน หรือขอใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม. เพื่อรับราคาที่ตรงกับหน้างานของคุณ

2. ความลึก (Boring Depth)

ยิ่งลึกยิ่งแพงเพราะใช้เวลามากขึ้น และอาจต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ:

  • 15-30 เมตร: ราคามาตรฐาน
  • 30-50 เมตร: +30-60%
  • เกิน 50 เมตร: ราคาตามตกลง ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะ

3. ที่ตั้งโครงการ (Location)

พื้นที่ค่าเดินทาง/ขนย้ายหมายเหตุ
กรุงเทพฯ และปริมณฑลคิดตามระยะทาง (เริ่มต้นต่ำสุด)เข้าถึงง่าย ระยะใกล้
ภาคกลาง+2,000-8,000 บาทระยะทางไม่เกิน 200 กม.
ภาคตะวันออก+2,000-12,000 บาทระยอง ชลบุรี จันทบุรี
ภาคเหนือ/อีสาน+10,000-25,000 บาทขึ้นกับจำนวนวันค้างคืน
ภาคใต้+15,000-30,000 บาทค่าเดินทางและที่พัก
พื้นที่ทุรกันดาร/เกาะราคาตามตกลงต้องประเมินหน้างาน

4. สภาพพื้นที่และความยากของงาน

งานทั่วไปบนผิวดินราบ ราคามาตรฐาน แต่ถ้าเป็น:

  • เจาะในแม่น้ำ/ทะเล ต้องใช้แพและอุปกรณ์เฉพาะ ราคา +100-300%
  • เจาะใต้สะพาน/ในอาคาร ต้องใช้เครื่องเจาะขนาดเล็ก ราคา +30-50%
  • เจาะในชั้นหิน (Rock Coring) ราคา +50-150% ขึ้นกับความแข็งของหิน
  • พื้นที่ลาดชัน/เนินเขา ต้องสร้าง access เพิ่ม ราคา +20-40%

5. ประเภทการทดสอบ Lab

Lab Test พื้นฐานรวมในราคามาตรฐาน ได้แก่:

  • Natural Water Content (ASTM D2216)
  • Unit Weight (ASTM D7263)
  • Atterberg Limits (ASTM D4318)
  • Unconfined Compression (ASTM D2166)
  • Sieve Analysis (ASTM D6913)

การทดสอบขั้นสูงจะเพิ่มราคา:

  • Consolidation Test (ASTM D2435): +2,000-5,000 บาท/ตัวอย่าง
  • Triaxial Test (ASTM D4767): +9,000-18,000 บาท/ตัวอย่าง
  • Direct Shear (ASTM D3080): +3,000-5,000 บาท/ตัวอย่าง
  • CBR Test (ASTM D1883): +3,500-6,000 บาท/ตัวอย่าง

ความลึกหลุมเจาะควรลึกแค่ไหน? (อ้างอิงมาตรฐาน วสท./มยผ.)

ความลึกหลุมเจาะไม่ได้กำหนดแบบสุ่ม แต่อิงหลักวิศวกรรมปฐพีตามแนวทางของ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) และ กรมโยธาธิการและผังเมือง (มยผ.) โดยทั่วไปความลึกควรอยู่ที่ประมาณ 2–2.5 เท่าของความกว้างด้านสั้นของอาคาร เพราะที่ระดับนี้การถ่ายน้ำหนักของโครงสร้างลงดินจะลดลงเหลือเพียงราว 20–30% แต่ตัวกำหนดที่แท้จริงคือต้องเจาะให้ถึงชั้นดินแบกทาน (ชั้นทรายแน่น/ดินแข็ง) ที่รับน้ำหนักอาคารได้จริง

คร่าว ๆ บ้านและอาคารไม่เกิน 5 ชั้นมักเจาะราว 25–30 ม. ส่วนอาคารสูงอาจลึกถึง 40–60 ม. หรือมากกว่า โดยพื้นที่ กทม./ปริมณฑลที่มีชั้นดินอ่อนหนามักต้องเจาะลึกกว่าต่างจังหวัด — ตารางความลึกแยกตามประเภทอาคารและพื้นที่ (กทม. vs ต่างจังหวัด) แบบเต็ม พร้อมเกณฑ์อ้างอิง วสท. 2551 ดูได้ที่บทความ เจาะสำรวจดินกี่หลุม ลึกกี่เมตร? ซึ่งเป็นหน้าอ้างอิงหลักเรื่องจำนวนหลุมและความลึก

⛏️ เกณฑ์หยุดเจาะ (Termination Criteria)

ตัวเลขความลึกข้างต้นเป็นค่าโดยประมาณ ในทางปฏิบัติจะเจาะจนถึงชั้นทรายแน่น/ดินแข็งที่มีค่า SPT N-Value มากกว่า 35 ต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 3 เมตร (อาคารหนักใช้เกณฑ์ N มากกว่า 45–50) และหากพบชั้นหินในระดับตื้น ต้องเจาะทะลุลงไปอีกอย่างน้อย 3–5 เมตร เพื่อยืนยันว่าเป็นชั้นหินจริง ไม่ใช่หินก้อนลอย (ตามแนวทาง วสท./มยผ.) อยากเข้าใจว่าค่า N-Value อ่านและแปลผลอย่างไร ดูรายละเอียดที่ SPT N-Value แปลผลยังไง

⚠️ พื้นที่ชั้นดินผิดปกติมีผลต่อราคาอย่างไร

บางพื้นที่ในกรุงเทพฯ และบางจังหวัด มีชั้นดินอ่อนที่ลึกและหนากว่าปกติมาก (เช่น บางพื้นที่ริมแม่น้ำเก่า หรือแนวคลองถมเก่า) ทำให้ต้องเจาะลึกกว่าตารางมาตรฐานข้างต้น ซึ่งกระทบราคาโดยตรงตามหมวด "ความลึก" ที่กล่าวไปแล้วข้างต้น (เพิ่มได้ถึง 50–80% หากลึกเกิน 30 เมตร) หากที่ดินของคุณอยู่ในพื้นที่กลุ่มนี้ ควรแจ้งวิศวกรตั้งแต่ขอใบเสนอราคาเพื่อประเมินราคาที่แม่นยำ — ดูรายละเอียดชั้นดินเสี่ยงแต่ละโซนในกรุงเทพฯ และรายจังหวัดแบบเต็มได้ที่ ดินอ่อนกรุงเทพ vs ต่างจังหวัด — ทำไมต้องออกแบบฐานรากต่างกัน

อ้างอิงมาตรฐาน: กรมโยธาธิการและผังเมือง (มยผ.) · วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.)

เจาะดินต่างจังหวัด แพงกว่ากรุงเทพฯ ไหม?

คำถามยอดฮิตจากเจ้าของที่ดินต่างจังหวัดคือ "ราคาต่างจากกรุงเทพฯ แค่ไหน" คำตอบคืออาจถูกกว่าหรือแพงกว่าก็ได้ เพราะมีสองแรงที่ดึงกันคนละทาง — ฝั่งที่ทำให้ถูกลง: ชั้นดินแข็งต่างจังหวัดส่วนใหญ่อยู่ตื้นกว่ากรุงเทพฯ ที่ต้องเจาะทะลุชั้นดินเหนียวอ่อนหนา หลายพื้นที่เจาะจริงเพียงระดับที่เข้าเกณฑ์หยุดเจาะก็พอ (ดูตารางความลึกและเกณฑ์หยุดเจาะในหัวข้อก่อนหน้า) ค่าเจาะซึ่งมักเป็นก้อนใหญ่ที่สุดของงานจึงต่ำกว่า ส่วนฝั่งที่ทำให้แพงขึ้นคือค่าขนย้ายเครื่องเจาะและทีมงาน (Mobilization) ที่แปรผันตามระยะทางและจำนวนวันค้างคืน ตามตารางค่าเดินทางในหัวข้อที่ตั้งโครงการด้านบน

นอกจากระยะทางแล้ว ปัจจัยที่ทำให้งานต่างจังหวัดสองงานราคาไม่เท่ากัน ได้แก่:

  • การเข้าถึงหน้างาน — ที่ดินติดถนนใหญ่กับสวนที่รถต้องลุยเข้าไปหลายร้อยเมตร ต้นทุนต่างกัน บางกรณีต้องใช้เครื่องเจาะขนาดเล็กพิเศษหรือทำทางเข้าชั่วคราว
  • แหล่งน้ำสำหรับการเจาะ — การเจาะแบบฉีดล้างต้องใช้น้ำ หากหน้างานไม่มีต้องจัดหาเพิ่ม
  • จำนวนหลุมต่อเที่ยวขนย้าย — ขนเครื่องไปไกลแล้วเจาะหลุมเดียว ค่าขนย้ายเฉลี่ยต่อหลุมย่อมสูง การรวมงานหลายหลุมหรือหลายจุดในทริปเดียวช่วยเฉลี่ยต้นทุนได้มาก
  • ชนิดชั้นดิน — เจอชั้นกรวด หิน หรือดินแข็งมาก ทำให้เจาะช้า ต้นทุนต่อเมตรสูงขึ้น และบางจังหวัดมีชั้นดินอ่อนแทรกใต้ชั้นแข็งที่มองไม่เห็นจากผิวดิน อาจต้องเจาะลึกหรือเพิ่มหลุมกว่าที่คาด

เทคนิคทำให้งานต่างจังหวัดคุ้มที่สุดคือ รวมงานเป็นทริปเดียว — หากมีหลายแปลง หรือเพื่อนบ้าน/โครงการใกล้เคียงต้องการเจาะเช่นกัน การนัดพร้อมกันช่วยหารค่าขนย้าย และควรส่งข้อมูลหน้างานให้ครบตั้งแต่แรก ทั้งพิกัดแปลง รูปถ่ายทางเข้า และระยะจากถนนถึงจุดเจาะ ผู้ให้บริการจะเสนอราคาได้แม่นยำโดยไม่ต้องบวกเผื่อความเสี่ยง อย่าเปรียบเทียบแค่ตัวเลขรวมโดยไม่ดูว่าใบเสนอราคาแต่ละใบรวมอะไรบ้าง

SPN Soil Engineering ให้บริการเจาะสำรวจดินครบทั้ง 77 จังหวัด รวมถึงงานนอกชายฝั่ง (Offshore) ทีมงานคุ้นเคยกับสภาพชั้นดินหลากหลายภูมิภาค ค่าบริการบ้านพักอาศัยเริ่มต้นประมาณ 20,000–40,000 บาท ส่วนงานต่างจังหวัดราคาขึ้นกับตำแหน่งและขอบเขตงาน ส่งพิกัดและรายละเอียดโครงการมาได้เลย รับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม. โทร 064-746-9601 หรือ LINE @spnth

4 วิธีประหยัดค่าเจาะดิน

💰 Tips ประหยัดค่าเจาะดิน

การประหยัดที่ถูกวิธีคือ "ลดสิ่งที่ไม่จำเป็น" ไม่ใช่ "ลดคุณภาพข้อมูล" เพราะข้อมูลที่ไม่เพียงพอจะแพงกว่าในระยะยาว

1. รวมงานเจาะเป็น Project เดียว

ถ้าซื้อที่ดินติดกันหลายแปลง วางแผนรวมงานเจาะเป็นครั้งเดียว ค่าตั้งอุปกรณ์และเดินทางใช้ครั้งเดียว ประหยัดได้ 20-40%

2. ปรึกษาวิศวกรก่อนกำหนดจำนวนหลุม

บางครั้งวิศวกรอาจแนะนำให้ใช้ เครื่องมือเสริม เช่น Cone Penetration Test (CPT) ที่ราคาถูกกว่า SPT ในบางจุด หรือ Hand Auger สำหรับชั้นบน

3. หลีกเลี่ยงฤดูฝนถ้าทำได้

งานเจาะในฤดูฝน (พ.ค.-ต.ค.) อาจล่าช้าและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเรื่องการป้องกันน้ำ พยายามวางแผนเจาะในเดือน พ.ย.-เม.ย.

4. ขอใบเสนอราคาจาก 2-3 บริษัท

แต่อย่าเลือกที่ถูกที่สุดอย่างเดียว ตรวจสอบใบอนุญาตวิศวกร (กว.) ใบรับรองอุปกรณ์ Lab และ portfolio ผลงาน ราคาถูกผิดปกติมักมาพร้อมคุณภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน

สิ่งที่ราคาเจาะดินควรรวมไว้

ใบเสนอราคาที่ถูกต้องควรระบุชัดเจน:

  • ✅ ค่าเจาะตามจำนวนหลุมและความลึก
  • ✅ ค่าทดสอบ Lab พื้นฐาน 5 รายการขึ้นไป
  • ✅ ค่าเดินทาง/ขนย้ายเครื่องมือ และค่าที่พักทีมงาน (แจ้งแยกตามระยะทาง)
  • ✅ ค่ารายงาน Boring Log + Soil Profile
  • ✅ การวิเคราะห์และข้อแนะนำการออกแบบฐานราก
  • ✅ ลายเซ็นวิศวกร (กว.) บนรายงานทุกฉบับ
⚠️ ระวังค่าใช้จ่ายแฝง

บางบริษัทเสนอราคาต่ำแต่บวกค่าเพิ่มภายหลัง เช่น ค่าวิเคราะห์เพิ่มเติม ค่าเสาเข็มจำลอง (Pile Capacity Calculation) ค่าจัดส่งรายงาน สอบถามให้ชัดก่อนเซ็นสัญญา

ค่าเจาะดินคิดเป็นกี่ % ของค่าก่อสร้าง?

อีกวิธีที่ช่วยให้เห็นภาพว่าการเจาะดิน "แพง" หรือ "ถูก" คือเทียบราคาเจาะดินกับค่าก่อสร้างทั้งหมด

✅ สัดส่วนที่ควรรู้

ค่าเจาะสำรวจดินมักอยู่ที่ 0.3–1% ของค่าก่อสร้างทั้งหมด ในขณะที่ค่าซ่อมแซมฐานรากที่ผิดพลาดอาจสูงถึง 20–50% ของมูลค่าอาคาร การลงทุนน้อยกว่า 1% เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจึงคุ้มค่าอย่างมาก

สรุป

ราคาเจาะสำรวจดินบ้านปี 2026 เริ่มต้นที่ 20,000 บาท สำหรับบ้านขนาดเล็ก ไปจนถึงหลายแสนบาทสำหรับโครงการขนาดใหญ่ ตัวแปรที่กำหนดราคามี 5 อย่างหลัก คือ จำนวนหลุม ความลึก พื้นที่ สภาพพื้นที่ และประเภท Lab Test

การลงทุนกับการเจาะดินที่มีคุณภาพคือการประหยัดค่าก่อสร้างและค่าซ่อมในระยะยาว ติดต่อ SPN Soil Engineering เพื่อขอใบเสนอราคาที่แม่นยำสำหรับโครงการของคุณได้ฟรี ภายใน 24 ชั่วโมง