หน้าหลัก เกี่ยวกับเรา ผลงาน 1,725 งาน ลูกค้าของเรา บริการ เจาะสำรวจและทดสอบดิน ทดสอบเสาเข็ม สำรวจภูมิประเทศ ติดตั้งเครื่องมือวัด ทดสอบโครงสร้าง (NDT) ประเมินสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ออกแบบด้านวิศวกรรมธรณี ออกแบบด้านวิศวกรรมโยธา บทความความรู้ ร่วมงานกับเรา ติดต่อเรา · ขอใบเสนอราคา
ภาพรวมบริการ

ภาพรวมบริการตรวจสอบโครงสร้างและทดสอบแบบไม่ทำลาย

การตรวจสอบแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Evaluation: NDE) คือการประเมินสภาพโครงสร้างด้วยคลื่นเสียง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และการเจาะเก็บตัวอย่างขนาดเล็ก โดยอาคารยังใช้งานได้ตามปกติ SPN ให้บริการตั้งแต่ทดสอบกำลังคอนกรีต ตรวจหาเหล็กเสริมและโพรง ประเมินฐานรากเดิมที่ไม่มีแบบ ทดสอบรับน้ำหนักพื้น สะพาน และถนน ไปจนถึงประเมินความเสียหายหลังไฟไหม้ แผ่นดินไหว และสำรวจอาคารข้างเคียงก่อนก่อสร้าง

Scope

งานที่ครอบคลุม

  • คอนกรีตและเหล็กเสริม: Core Test · Rebound Hammer · UPV · GPR · Rebar Scan
  • ฐานรากและเสาเข็มเดิม: Parallel Seismic · Side Echo · Pull Out Test
  • Load Test พื้นอาคาร พื้นโกดัง สะพาน/ท่าเรือ ถนน และฐานเครื่องจักร
  • ประเมินอาคารข้างเคียง Vibration หลังไฟไหม้ และหลังแผ่นดินไหว
When to use

ใช้เมื่อไร

  • อาคารมีรอยร้าวหรือทรุดตัวผิดปกติ
  • อาคารเก่าที่ไม่มีแบบ ก่อนต่อเติมหรือเปลี่ยนการใช้งาน
  • ก่อนติดตั้ง Rack เครื่องจักรหนัก หรือเพิ่มพิกัดรถบนสะพานและถนน
  • ก่อนซื้อ-เช่าอาคาร และก่อนก่อสร้างชิดอาคารข้างเคียง
Deliverables

สิ่งที่ได้รับ

  • รายงานผลทดสอบและประเมินกำลังที่เหลือของโครงสร้าง
  • วิเคราะห์สาเหตุความเสียหาย พร้อมข้อเสนอแนะซ่อมแซม
  • ลงนามโดยวิศวกร (กว.)
  • งาน GPR, Rebound Hammer, UPV พร้อมภายใน 3–5 วันทำการหลังลงพื้นที่
เลือกตามปัญหา

เจอปัญหาแบบนี้ ควรตรวจอะไร?

เลือกจากอาการหรือวัตถุประสงค์ที่ใกล้เคียงที่สุด ชุดทดสอบด้านล่างเป็นจุดเริ่มต้น — วิศวกรจะปรับรายการและจำนวนจุดตามสภาพหน้างานจริง

อาคารร้าว ผนังแตก พื้นทรุด

ชุดทดสอบที่มักใช้
Crack MappingCrack GaugeUPVตรวจฐานราก
รอยร้าวแบบไหนอันตราย →

ต่อเติม เพิ่มชั้น หรือเปลี่ยนการใช้งาน

ชุดทดสอบที่มักใช้
Rebar ScanCore TestRebound HammerBack Analysis
อาคารเก่าก่อนต่อเติมต้องตรวจอะไร →

ฐานรากเดิมไม่มีแบบ ไม่รู้ความยาวเข็ม

ชุดทดสอบที่มักใช้
Parallel SeismicSide Echo
Parallel Seismic Test คืออะไร →

ซื้อหรือเช่าอาคาร โกดัง โรงงาน

ชุดทดสอบที่มักใช้
Due DiligenceCore TestUPVRebar Scan
เช็กลิสต์ก่อนซื้อ-เช่าอาคาร →

พื้นโกดังจะติดตั้ง Rack / ใช้ Forklift

ชุดทดสอบที่มักใช้
GPRCore TestFloor Load Test
พื้นคลังสินค้ารับน้ำหนักได้เท่าไหร่ →

ถนน ลานคอนกรีต ต้องรับรถเครน-เทรลเลอร์

ชุดทดสอบที่มักใช้
GPRCore TestPlate Bearing
Plate Bearing Test ทดสอบดินใต้พื้น →

สะพาน ท่าเทียบเรือ จะเพิ่มพิกัดน้ำหนักรถ

ชุดทดสอบที่มักใช้
Bridge Load TestCore TestUPV
Load Test สะพานทำอย่างไร →

ติดตั้งเครื่องจักร ถัง หรือยึด Anchor

ชุดทดสอบที่มักใช้
Pull Out TestCore TestRebar Scan
Pull-Out Test ทดสอบแรงดึงพุก →

คอนกรีตกำลังไม่ผ่าน / ตรวจรับงาน

ชุดทดสอบที่มักใช้
Core TestRebound HammerUPV
กำลังอัดไม่ผ่านต้องทำอย่างไร →

เหล็กเป็นสนิม คอนกรีตกะเทาะร่อน

ชุดทดสอบที่มักใช้
Half-CellCarbonationCover Meter
ประเมินและซ่อมเหล็กเป็นสนิม →

อาคารหลังไฟไหม้ หรือแผ่นดินไหว

ชุดทดสอบที่มักใช้
ตรวจสภาพCore TestUPVRebound Hammer
อาคารหลังไฟไหม้ ซ่อมได้ไหม →

จะก่อสร้างติดอาคารเพื่อนบ้าน

ชุดทดสอบที่มักใช้
Dilapidation SurveyCrack GaugeVibration
สำรวจอาคารข้างเคียงก่อนก่อสร้าง →
บริการทั้งหมด

บริการตรวจสอบโครงสร้างและทดสอบแบบไม่ทำลาย

ทุกรายการรายงานผลลงนามโดยวิศวกรผู้ได้รับใบอนุญาต ใช้ร่วมกันได้ตามวัตถุประสงค์ของงาน

Concrete Quality Assessment

ทดสอบกำลังคอนกรีตในโครงสร้างเดิมทำได้กี่วิธี?

ทำได้ 4 วิธี คือ Core Drilling & Compressive Strength, Rebound Hammer, Ultrasonic Pulse Velocity (UPV) และ Carbonation Depth Test เพื่อประเมินกำลังรับแรงอัด ความสม่ำเสมอ และอายุการใช้งานของคอนกรีตในโครงสร้างจริง

Core Drilling & Compressive Strength

เจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีตแกนกลม ทดสอบกำลังรับแรงอัดจริงในห้องปฏิบัติการ ให้ค่าที่แม่นยำที่สุด ใช้ยืนยันกรณีสงสัยหรือโต้แย้งคุณภาพ

Rebound Hammer / Schmidt Hammer

ทดสอบความแข็งผิวคอนกรีตแบบรวดเร็ว แปลงค่าเป็นกำลังรับแรงอัดโดยประมาณ เหมาะสำรวจเบื้องต้นพื้นที่กว้างก่อนเลือกจุดเจาะ Core (ดูขั้นตอนทดสอบหน้างาน)

มยผ. 1502-51ASTM C805อ่านต่อ →

Ultrasonic Pulse Velocity (UPV)

ส่งคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านคอนกรีต ประเมินคุณภาพ ความสม่ำเสมอ และตรวจหาโพรงหรือรอยแตกภายใน รวมถึงวัดความลึกรอยร้าว

ASTM C597มยผ. 1504-51อ่านต่อ →

Carbonation Depth Test

วัดความลึกที่คาร์บอเนชันแทรกซึมด้วยสาร Phenolphthalein ประเมินอายุการใช้งานที่เหลือและความเสี่ยงการกัดกร่อนเหล็กเสริม

Crack / Void / Rebar Detection

หาเหล็กเสริม โพรง และรอยร้าวในคอนกรีตใช้วิธีอะไร?

ใช้ Ground Penetrating Radar (GPR), Rebar Locator / Cover Meter, Half-Cell Potential Test และ Crack Mapping & Monitoring ตรวจสิ่งที่มองไม่เห็นภายในโครงสร้างและใต้ผิวดิน

Ground Penetrating Radar (GPR)

สแกน 2 การใช้งาน: สแกนคอนกรีตหาเหล็กเสริม ระยะหุ้ม โพรง ท่อฝัง และสำรวจใต้ผิวดินหาท่อ วัตถุฝัง โพรงใต้ดิน — ความลึกที่ตรวจได้ขึ้นอยู่กับความถี่เสาอากาศและสภาพวัสดุหน้างาน

มยผ. 1507-51ACI PRC-228.2ASTM D6432อ่านต่อ →

Rebar Locator / Cover Meter

ระบุตำแหน่ง ขนาด และระยะหุ้ม (Cover Depth) ของเหล็กเสริมโดยไม่ต้องเจาะ ใช้วางแผนก่อน Core Drilling และตรวจการจัดวางเหล็กเทียบแบบ

มยผ. 1505-51BS 1881-204อ่านต่อ →

Half-Cell Potential Test

วัดศักย์ไฟฟ้าของเหล็กเสริมผ่านผิวคอนกรีต ทำ Corrosion Map ประเมินโอกาสกัดกร่อน เหมาะกับโครงสร้างอายุมากหรือสภาวะแวดล้อมรุนแรง

ASTM C876มยผ. 1506-51อ่านต่อ →

Crack Mapping & Monitoring

สำรวจและทำแผนที่รอยร้าว วัดความกว้าง ความยาว และติดตามการเปลี่ยนแปลงด้วย Crack Gauge ใช้แยกรอยร้าวที่หยุดแล้วกับรอยร้าวที่ยังขยายตัว

Crack MapCrack Gaugeอ่านต่อ →
Foundation & Existing Pile Assessment

ฐานรากเดิมไม่มีแบบ หาความยาวเสาเข็มได้อย่างไร?

ใช้ Parallel Seismic Test และ Side Echo Test หาความยาวและความสมบูรณ์ของเสาเข็มเดิม ตรวจฐานรากด้วย Foundation & Structural Inspection และทดสอบกำลังยึดของ Anchor ในคอนกรีตด้วย Pull Out Test

Parallel Seismic Test

ประเมินความยาวเสาเข็มและฐานรากเดิมโดยไม่ต้องรื้อ เจาะหลุมขนานข้างเสาเข็มแล้ววัดคลื่น เหมาะกับอาคารเก่าที่ไม่มีแบบก่อสร้าง ก่อนต่อเติมหรือซ่อมแซม

Side Echo Test

ทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็มและฐานรากที่เข้าถึงหัวเข็มไม่ได้ โดยเคาะและรับสัญญาณจากผิวด้านข้างในหลุมที่ขุดเปิด ใช้หลักการ Low-Strain Integrity

มยผ. 1551-51อ่านต่อ →

Pull Out Test

ทดสอบแรงดึงของ Anchor Bolt พุกเคมี และสตัดเกลียวในคอนกรีตด้วย Hydraulic Jack วัด Load-Displacement Curve ยืนยันกำลังยึดก่อนติดตั้งเครื่องจักรหรือโครงสร้างเหล็ก

Foundation & Structural Inspection

ตรวจสภาพฐานราก คาน เสา และพื้น ประเมินความเสียหาย การทรุดตัว และการเสื่อมสภาพ พร้อมรายงานข้อเสนอแนะซ่อมบำรุง

มยผ. 1501-51มยผ. 1902-62อ่านต่อ →
Load Testing & Capacity Assessment

พื้น สะพาน หรือถนนเดิม รับน้ำหนักใช้งานใหม่ได้ไหม ทดสอบอย่างไร?

พิสูจน์ด้วยน้ำหนักจริงด้วย Floor Loading Test และ Load Test สะพานและท่าเทียบเรือ หรือประเมินจากผลทดสอบสำหรับพื้นโกดังรับ Rack / Forklift ถนนและลานรับรถเครน / เทรลเลอร์ ฐานเครื่องจักร ฐานถัง เสาคอนกรีต และ Structural Back Analysis

Floor Loading Test

วางน้ำหนักทดสอบบนพื้นจริง (ขังน้ำ ถังน้ำ หรือกระสอบทราย) วัดการแอ่นตัวและการคืนตัว (Recovery) ยืนยันว่าพื้นรับน้ำหนักได้ตามที่ต้องการก่อนใช้งาน

ACI 318 บทที่ 27ACI 437.2อ่านต่อ →

ประเมินพื้นโกดังรับ Rack / Forklift

วัดความหนาพื้นและเหล็กเสริมด้วย GPR หรือ Core ทดสอบกำลังคอนกรีต แล้ววิเคราะห์แรงกดจุดจากขาชั้นวางสินค้า (Selective Rack) และล้อ Forklift เทียบกำลังพื้นเดิม ก่อนติดตั้งจริง

GPRCore TestFloor Load Testอ่านต่อ →

Load Test สะพานและท่าเทียบเรือ

ทดสอบด้วยรถหรือน้ำหนักรู้ค่า วัดการแอ่นตัวด้วย LVDT และความเครียดด้วย Strain Gauge ทั้งแบบ Diagnostic และ Proof Load Test เพื่อยืนยันพิกัดน้ำหนักรถหรือประกอบงานปรับปรุงโครงสร้าง

AASHTO MBEACI 437.2อ่านต่อ →

ประเมินถนน-ลานคอนกรีตรับรถเครน / เทรลเลอร์

ตรวจความหนาแผ่นพื้นและเหล็กเสริม ทดสอบกำลังคอนกรีตและชั้นดินใต้พื้น (Plate Bearing) แล้ววิเคราะห์แรงจากล้อหรือขาช้าง (Outrigger) เทียบความสามารถรับน้ำหนักของถนนหรือลานเดิม

GPRCore TestPlate Bearingอ่านต่อ →

ตรวจฐานรากเครื่องจักร ฐานถัง และเสาคอนกรีต

ตรวจรอยร้าว กำลังคอนกรีต ตำแหน่งเหล็กเสริม และการทรุดตัวของฐานเครื่องจักรเก่า ฐานถังเก็บที่ทรุดหรือเอียง และเสาคอนกรีตที่แตกร้าว ประเมินกำลังที่เหลือก่อนใช้งานต่อหรือซ่อมแซม

Core TestUPVRebar Scan

Structural Back Analysis

วิเคราะห์ย้อนกลับจากผลทดสอบและข้อมูลหน้างาน หาสาเหตุความเสียหาย ประเมินกำลังที่เหลือ และวางแผนเสริมกำลังโครงสร้าง

มยผ. 1902-62
Damage & Condition Assessment

อาคารเสียหายจากไฟไหม้ แผ่นดินไหว หรืองานก่อสร้างข้างเคียง ประเมินอย่างไร?

บันทึกสภาพก่อน-หลังเหตุการณ์ด้วย Dilapidation Survey และ Vibration Monitoring ประเมินอาคารหลังไฟไหม้และหลังแผ่นดินไหว และตรวจโครงสร้างก่อนซื้อ-เช่าอาคาร (Technical Due Diligence) เพื่อสรุปว่าอาคารใช้งานต่อได้ ต้องซ่อม หรือต้องเสริมกำลัง

สำรวจอาคารข้างเคียงก่อนก่อสร้าง (Dilapidation Survey)

บันทึกสภาพอาคารเพื่อนบ้านก่อนเริ่มงานฐานรากหรือขุดดิน ทำ Crack Map ภาพถ่ายระบุตำแหน่งและวันที่ และติด Crack Gauge ใช้เป็นหลักฐานเมื่อมีข้อพิพาทรอยร้าว

Crack MapCrack Gaugeอ่านต่อ →

ตรวจวัดแรงสั่นสะเทือน (Vibration Monitoring)

วัดค่าความเร็วอนุภาคสูงสุด (PPV) ที่อาคารข้างเคียงระหว่างตอกเสาเข็ม ขุดดิน หรือเครื่องจักรทำงาน เทียบเกณฑ์อ้างอิงสากล

DIN 4150-3BS 7385-2อ่านต่อ →

ประเมินอาคารหลังไฟไหม้

ตรวจความเสียหายของคอนกรีตและเหล็กเสริมจากความร้อนด้วยการสำรวจสภาพ Core Test, UPV และ Rebound Hammer แบ่งระดับความเสียหาย และประเมินว่าซ่อมได้หรือต้องเปลี่ยนองค์อาคาร

มยผ. 1902-62ACI 562อ่านต่อ →

ตรวจสอบอาคารหลังแผ่นดินไหว

ตรวจเบื้องต้นแบ่งระดับความปลอดภัย (ป้ายเขียว เหลือง แดง) และตรวจละเอียดด้วยการทดสอบ เพื่อสรุปว่าอาคารใช้งานต่อได้หรือต้องซ่อมเสริม

ATC-20มยผ. 1902-62อ่านต่อ →

ตรวจโครงสร้างก่อนซื้อ-เช่าอาคาร (Technical Due Diligence)

ตรวจสภาพโครงสร้าง ทวนเอกสารและแบบ ทดสอบคอนกรีตและเหล็กเสริมตามจุดเสี่ยง และประเมินฐานรากเดิม สรุปความเสี่ยงและรายการที่ต้องซ่อมก่อนตัดสินใจซื้อหรือเช่า

Core TestUPVRebar Scanอ่านต่อ →
ไม่แน่ใจว่าอาคารต้องตรวจอะไรบ้าง?

ส่งรูปถ่ายอาการ แบบแปลน (ถ้ามี) และวัตถุประสงค์ วิศวกร SPN ช่วยเลือกรายการทดสอบและจำนวนจุดที่จำเป็น พร้อมใบเสนอราคาภายใน 24 ชม.

คลิกรูปเพื่อขยาย
Parallel Seismic Test — ในอาคาร
Parallel Seismic
Parallel Seismic Test — ในอาคาร
ทดสอบแรงดึงพุก Pull Out Test โครงการ Sirius จ.ชลบุรี
Pull Out Test
Pull Out Test — Sirius Project, Chonburi
Side Echo Test — ทดสอบความสมบูรณ์ฐานรากจากด้านข้างในหลุมเปิด
Side Echo
Side Echo Test — เปิดหลุมทดสอบจากด้านข้างฐานรากเดิม

ตัวอย่างงานตรวจสอบโครงสร้างจริงของ SPN มีอะไรบ้าง?

งานจริงที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ พร้อมลิงก์อ่านรายละเอียดเต็ม

Floor Load Test · ทุ่งครุ กรุงเทพฯ

ทดสอบพื้นอาคารก่อนดัดแปลง ด้วยการขังน้ำ

ทดสอบพื้น ค.ส.ล. หล่อในที่ หนา 32 ซม. ช่วงพาด 3.75 × 4.00 ม. ของอาคาร 2 ชั้น ขังน้ำสูง 64 ซม. (640 กก./ตร.ม.) คงไว้ 24 ชม. วัดการแอ่นตัวได้ 0.50 มม. ผ่านเกณฑ์ ACI 318-19 บทที่ 27

  • น้ำหนักบรรทุกจร 400 กก./ตร.ม.
  • แอ่นตัว 0.50 มม.
อ่านกรณีศึกษาเต็ม →
Parallel Seismic · บางเสาธง สมุทรปราการ

หาความยาวเสาเข็มเดิมโรงงานที่ไม่มีแบบ

ทดสอบ Parallel Seismic 2 ต้น พบปลายเข็มลึกประมาณ 22.60–23.35 ม. และเจาะสำรวจดิน BH-1 ลึก 30.45 ม. ในโครงการเดียว เพื่อใช้ระดับอ้างอิงเดียวกันในการปรับปรุงอาคาร

  • ASTM D8381
  • BH-1 ลึก 30.45 ม.
อ่านกรณีศึกษาเต็ม →
Pull-Out + Core · ชลบุรี

ทดสอบพุกเคมีและกำลังคอนกรีตอาคารที่สร้างแล้ว

ทดสอบแรงดึงถอนพุกเคมี (Pull-Out Test) และเจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีต (Concrete Core Test) ของโครงสร้างคอนกรีตที่ก่อสร้างแล้วใน จ.ชลบุรี

  • ASTM E488
  • ASTM C42
อ่านกรณีศึกษาเต็ม →
ขั้นตอนการทำงาน

ตรวจสอบโครงสร้างกับ SPN มีขั้นตอนอย่างไร?

จากวันที่ส่งรูปอาการจนได้รายงานฉบับรับรอง — ระยะเวลาจริงขึ้นกับจำนวนจุดและรายการทดสอบ

  1. ส่งข้อมูลและรูปอาการ

    แจ้งที่ตั้ง อายุอาคาร แบบแปลน (ถ้ามี) รูปถ่ายรอยร้าวหรือจุดที่สงสัย และวัตถุประสงค์ ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมล

  2. กำหนดรายการทดสอบและเสนอราคา

    วิศวกรเลือกวิธีทดสอบ จำนวนจุด และระดับรายงานให้ตรงวัตถุประสงค์ พร้อมใบเสนอราคาภายใน 24 ชม.

  3. ทดสอบหน้างาน

    งานภาคสนามส่วนใหญ่ใช้เวลา 1 วัน ทำงานในอาคารที่ยังใช้งานอยู่ได้ ทำเครื่องหมายและถ่ายภาพทุกจุดทดสอบ

  4. ทดสอบในห้องปฏิบัติการ

    แท่ง Core ทดสอบกำลังรับแรงอัดในห้องปฏิบัติการ ใช้เวลาประมาณ 7–14 วัน

  5. วิเคราะห์และประเมิน

    ประมวลผลทุกวิธีร่วมกัน เทียบเกณฑ์มาตรฐาน ประเมินกำลังที่เหลือและสาเหตุความเสียหาย

  6. ส่งมอบรายงานรับรอง

    รายงานลงนามโดยวิศวกร (กว.) พร้อมข้อเสนอแนะซ่อมแซม — งาน GPR, Rebound Hammer, UPV พร้อมภายใน 3–5 วันทำการหลังลงพื้นที่

บริการ Structural Testing และ Non-Destructive Evaluation (NDE)

การตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Evaluation: NDE) คือการประเมินกำลัง คุณภาพ และสภาพภายในของโครงสร้างคอนกรีต เหล็กเสริม และฐานราก โดยไม่ทำให้โครงสร้างเดิมเสียหาย ใช้เครื่องมือเช่น GPR, Ultrasonic Pulse Velocity, Rebound Hammer และ Parallel Seismic Test เพื่อหาคำตอบว่าโครงสร้างยังแข็งแรงพอใช้งาน ต่อเติม หรือต้องซ่อมแซมหรือไม่

SPN Soil Engineering ให้บริการตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Evaluation / Structural Testing) ครบวงจร ครอบคลุมการประเมินคุณภาพคอนกรีต การตรวจหาจุดบกพร่อง การประเมินฐานรากเดิม การทดสอบรับน้ำหนัก และการประเมินความเสียหายของอาคาร สำหรับอาคาร สะพาน โรงงาน และโครงสร้างพิเศษทุกประเภท ผลการทดสอบรับรองโดยวิศวกรผู้ได้รับใบอนุญาต ใช้ยื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้

รายละเอียดเทคนิคและมาตรฐานของแต่ละวิธี

1. การทดสอบคุณภาพและกำลังคอนกรีต (Concrete Quality Assessment)

กลุ่มการทดสอบเพื่อประเมินกำลังรับแรงอัด คุณภาพ และอายุการใช้งานของโครงสร้างคอนกรีตโดยไม่ทำลายโครงสร้างเดิม

  • Core Drilling and Compressive Strength (ASTM C42) — เจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีตแกนกลม (Core Sample) จากโครงสร้างจริง นำมาทดสอบกำลังรับแรงอัด (Compressive Strength) ในห้องปฏิบัติการ ให้ค่าที่แม่นยำที่สุด ใช้ยืนยันคุณภาพคอนกรีตกรณีสงสัยหรือโต้แย้ง
  • Rebound Hammer Test / Schmidt Hammer (มยผ.1502-51 · ASTM C805 · BS EN 12504-2) — ทดสอบความแข็งผิวคอนกรีตด้วยค้อนสปริง แปลงค่า Rebound Number เป็นกำลังรับแรงอัดโดยประมาณ รวดเร็ว ไม่ทำลาย เหมาะสำหรับสำรวจเบื้องต้นพื้นที่ขนาดใหญ่
  • Ultrasonic Pulse Velocity (UPV) — ASTM C597 · มยผ.1504-51 — ส่งคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านคอนกรีต วัดความเร็วการเดินทางเพื่อประเมินคุณภาพ ความสม่ำเสมอ และตรวจหาโพรงหรือรอยแตกภายใน ใช้ร่วมกับ Core Drilling เพื่อผลที่น่าเชื่อถือ
  • Carbonation Depth Test (BS EN 14630) — ฉีดสาร Phenolphthalein ที่หน้าตัดคอนกรีต วัดความลึกที่คาร์บอเนชัน (CO₂) แทรกซึม ใช้ประเมินอายุการใช้งานที่เหลือและความเสี่ยงการกัดกร่อนเหล็กเสริม

2. การตรวจหารอยร้าว โพรง เหล็กเสริม และวัตถุใต้ดิน

กลุ่มการทดสอบที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและเทคโนโลยีขั้นสูงในการตรวจหาสิ่งผิดปกติภายในโครงสร้างและใต้ดิน

  • Ground Penetrating Radar (GPR) — ส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูงผ่านคอนกรีตหรือดิน วิเคราะห์คลื่นสะท้อนเป็นภาพ Radargram พร้อมพิกัด GPS แบ่งการใช้งานเป็น 2 แบบตามเอกสารอ้างอิง: (1) สแกนโครงสร้างคอนกรีต (มยผ.1507-51 · ACI PRC-228.2) — หาตำแหน่งเหล็กเสริม ระยะหุ้มคอนกรีต (Concrete Cover) โพรง และท่อฝัง โดยความลึกที่ตรวจได้ขึ้นอยู่กับความถี่ของเสาอากาศ ชนิดของคอนกรีต และสภาพหน้างาน (เสาอากาศความถี่สูงให้ความละเอียดสูงแต่ตรวจได้ตื้นกว่า) และ (2) สำรวจใต้ผิวดิน (ASTM D6432) — หาท่อใต้ดิน วัตถุฝัง โพรงใต้ดิน และความหนาชั้นทาง โดยความลึกขึ้นอยู่กับชนิดของดิน ความชื้น และความถี่เสาอากาศ — ในดินทรายแห้งอาจตรวจได้ประมาณ 2–3 เมตรหรือมากกว่า ส่วนดินเหนียวชื้นตรวจได้ตื้นกว่ามาก
  • Rebar Locator and Profometer (มยผ.1505-51 · BS 1881-204) — ระบุตำแหน่ง ขนาด และระยะคลุม (Cover Depth) ของเหล็กเสริมในคอนกรีตโดยไม่ต้องเจาะ เหมาะสำหรับวางแผนก่อนทำ Core Drilling และตรวจสอบการจัดวางเหล็กเสริมตามแบบ
  • Half-Cell Potential Test (ASTM C876 · มยผ.1506-51) — วัดศักย์ไฟฟ้าของเหล็กเสริมผ่านผิวคอนกรีต ประเมินความน่าจะเป็นในการกัดกร่อน (Corrosion Probability) เหมาะสำหรับโครงสร้างอายุมากหรืออยู่ในสภาวะแวดล้อมรุนแรง
  • Crack Mapping and Monitoring — สำรวจและทำแผนที่รอยร้าว (Crack Map) บนผิวคอนกรีต อิฐ และหิน วัดความกว้าง ความยาว และติดตามการเปลี่ยนแปลงด้วย Crack Gauge ใช้ประกอบการวิเคราะห์สาเหตุและวางแผนซ่อมแซม

3. การประเมินฐานรากและเสาเข็มเดิม

กลุ่มการทดสอบสำหรับประเมินเสาเข็ม ฐานรากเดิม และกำลังยึดของวัสดุในคอนกรีต

  • Pull Out Test — ทดสอบแรงดึง (Tensile / Pull-Out Strength) ของ Anchor Bolt สลักเกลียว และวัสดุยึดในคอนกรีตด้วย Hydraulic Jack วัด Load-Displacement Curve ยืนยันกำลังยึดเกาะก่อนรับโหลดจริง เหมาะสำหรับงานติดตั้งอุปกรณ์หนักและโครงสร้างเหล็ก
  • Parallel Seismic Test (ASTM D8381) — ประเมินความยาวของเสาเข็มและฐานรากเดิมโดยไม่ต้องรื้อโครงสร้าง (อาจขุดเปิดเฉพาะจุดเพื่อเคาะสัญญาณที่ฐานราก) เจาะหลุมข้างเสาเข็ม วัดคลื่นสั่นสะเทือนด้วย Hydrophone เหมาะสำหรับโครงสร้างเก่าที่ไม่มีแบบก่อสร้าง งานซ่อมแซม และต่อเติมอาคาร
  • Side Echo Test (มยผ.1551-51) — ทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็มหรือฐานรากที่เข้าถึงหัวเข็มไม่ได้ ขุดหลุมข้างฐานราก เคาะผิวด้านข้างด้วยค้อนมือและรับสัญญาณด้วย Accelerometer ดัดแปลงจากวิธี Sonic Echo / Low-Strain Integrity ให้ผลเชิงคุณภาพ เสริมข้อมูลร่วมกับ Parallel Seismic Test ไม่ใช้แทนกันในการวัดความยาวเสาเข็ม
  • Foundation and Structural Inspection (มยผ.1501-51 · มยผ.1902-62) — ตรวจสอบสภาพฐานราก คาน เสา และพื้น ประเมินความเสียหาย การทรุดตัว รอยแตก และการเสื่อมสภาพของวัสดุ จัดทำรายงานผลการตรวจสอบพร้อมข้อเสนอแนะในการซ่อมบำรุง

4. การทดสอบรับน้ำหนักและประเมินกำลังโครงสร้าง (Load Testing & Capacity Assessment)

กลุ่มงานที่ยืนยันว่าพื้น สะพาน ถนน และฐานรากรับน้ำหนักใช้งานใหม่ได้ ทั้งการทดสอบด้วยน้ำหนักจริงและการประเมินจากผลทดสอบร่วมกับการคำนวณ

  • Floor Loading Test (ACI 318 บทที่ 27 · ACI 437.2) — ทดสอบความสามารถรับน้ำหนักบรรทุกของพื้นคอนกรีต (Floor Slab) โดยวางน้ำหนักทดสอบและวัดการโก่งตัว (Deflection) ใช้ยืนยันว่าพื้นรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบก่อนใช้งาน
  • ประเมินพื้นโกดังรับชั้นวางสินค้า (Rack) และ Forklift — วัดความหนาแผ่นพื้นและตำแหน่งเหล็กเสริมด้วย GPR หรือ Core ทดสอบกำลังคอนกรีต แล้ววิเคราะห์แรงกดจุดจากขา Rack และล้อ Forklift เทียบกับกำลังพื้นเดิม หากผลก้ำกึ่งจึงยืนยันด้วย Floor Load Test (พื้นคลังสินค้ารับน้ำหนักได้เท่าไหร่)
  • Load Test สะพานและท่าเทียบเรือ (AASHTO MBE · ACI 437.2) — ทดสอบด้วยรถหรือน้ำหนักรู้ค่า วัดการแอ่นตัวด้วย LVDT / Dial Gauge และความเครียดด้วย Strain Gauge แบ่งเป็น Diagnostic Load Test (ดูพฤติกรรมจริงเพื่อปรับแบบจำลอง) และ Proof Load Test (พิสูจน์ว่ารับน้ำหนักเป้าหมายได้โดยตรง) (Load Test สะพานทำอย่างไร)
  • ประเมินถนนและลานคอนกรีตรับรถเครน / รถเทรลเลอร์ — ตรวจความหนาแผ่นพื้นและเหล็กเสริม ทดสอบกำลังคอนกรีต และทดสอบชั้นดินใต้พื้นด้วย Plate Bearing Test แล้ววิเคราะห์แรงจากล้อหรือขาช้าง (Outrigger) ของรถเครนเทียบความสามารถรับน้ำหนักของถนนหรือลานเดิม
  • ตรวจฐานรากเครื่องจักร ฐานถังเก็บ และเสาคอนกรีต — ตรวจรอยร้าว กำลังคอนกรีต ตำแหน่งเหล็กเสริม และการทรุดตัวของฐานเครื่องจักรเก่า ฐานถังที่ทรุดหรือเอียง และเสาคอนกรีตที่แตกร้าว ประเมินกำลังที่เหลือก่อนตัดสินใจใช้งานต่อ ซ่อม หรือเสริมกำลัง
  • Structural Back Analysis (มยผ.1902-62) — วิเคราะห์ย้อนกลับจากข้อมูลการทดสอบและการตรวจสอบหน้างานเพื่อหาสาเหตุความเสียหาย ประเมินความสามารถรับน้ำหนักที่เหลือ และวางแผนการเสริมกำลังโครงสร้าง

5. การประเมินความเสียหายและสภาพอาคาร (Damage & Condition Assessment)

กลุ่มงานบันทึกสภาพก่อน-หลังเหตุการณ์ และประเมินว่าอาคารใช้งานต่อได้ ต้องซ่อม หรือต้องเสริมกำลัง

  • สำรวจอาคารข้างเคียงก่อนก่อสร้าง (Dilapidation Survey) — บันทึกสภาพอาคารเพื่อนบ้านก่อนเริ่มงานฐานรากหรือขุดดิน ทั้งภาพถ่ายระบุตำแหน่งและวันที่ แผนที่รอยร้าวเดิม (Crack Map) และติด Crack Gauge ที่รอยร้าวสำคัญ ใช้แยกรอยร้าวเดิมกับรอยร้าวใหม่เมื่อมีข้อพิพาท (Dilapidation Survey บันทึกอะไรบ้าง)
  • ตรวจวัดแรงสั่นสะเทือน (Vibration Monitoring — DIN 4150-3 · BS 7385-2) — วัดค่าความเร็วอนุภาคสูงสุด (Peak Particle Velocity: PPV) ที่อาคารข้างเคียงระหว่างตอกเสาเข็ม ขุดดิน หรือเครื่องจักรทำงาน แล้วเทียบกับเกณฑ์ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 37 (พ.ศ. 2553) หรือ DIN 4150-3 / BS 7385-2 ตามข้อกำหนดโครงการ (ตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนจากการตอกเสาเข็ม)
  • ประเมินอาคารหลังไฟไหม้ (มยผ. 1902-62 · ACI 562) — ตรวจความเสียหายของคอนกรีตและเหล็กเสริมจากความร้อน ด้วยการสำรวจสภาพ Core Test, UPV และ Rebound Hammer แบ่งระดับความเสียหาย แล้วประเมินว่าองค์อาคารซ่อมได้หรือต้องเปลี่ยน (อาคารหลังไฟไหม้ ซ่อมได้หรือต้องรื้อ)
  • ตรวจสอบอาคารหลังแผ่นดินไหว (ATC-20 · มยผ. 1902-62) — ตรวจเบื้องต้นเพื่อแบ่งระดับความปลอดภัย (ป้ายเขียว เหลือง แดง) และตรวจละเอียดด้วยการทดสอบในจุดที่พบความเสียหาย เพื่อสรุปว่าใช้งานต่อได้หรือต้องซ่อมเสริม (ตรวจอาคารหลังแผ่นดินไหว)
  • ตรวจโครงสร้างก่อนซื้อ-เช่าอาคาร (Technical Due Diligence) — ตรวจสภาพโครงสร้าง ทวนเอกสารและแบบ ทดสอบคอนกรีตและเหล็กเสริมในจุดเสี่ยง และประเมินฐานรากเดิม สรุปความเสี่ยงและรายการที่ต้องซ่อมก่อนตัดสินใจ (เช็กลิสต์ก่อนซื้อ-เช่าอาคารและโกดัง)

ตารางสรุปบริการ Structural Testing

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

การทดสอบมาตรฐานค่าที่ได้ใช้สำหรับ
Core DrillingASTM C42f'c (MPa)ยืนยันกำลังคอนกรีตจริง
Rebound Hammerมยผ.1502-51 / ASTM C805Rebound No.สำรวจเบื้องต้น รวดเร็ว
Ultrasonic Pulse VelocityASTM C597 / มยผ.1504-51Vp (m/s)คุณภาพ / โพรงในคอนกรีต
Carbonation DepthBS EN 14630ความลึก (mm)อายุการใช้งานที่เหลือ
Ground Penetrating Radarสแกนคอนกรีต: มยผ.1507-51 / ACI PRC-228.2 · สำรวจใต้ดิน: ASTM D6432Radargramเหล็กเสริม โพรง / ท่อ วัตถุใต้ดิน
Rebar Locatorมยผ.1505-51 / BS 1881-204ตำแหน่ง / Coverตำแหน่งเหล็กเสริม
Half-Cell PotentialASTM C876 / มยผ.1506-51mV vs CSEความเสี่ยงกัดกร่อน
Crack MappingIn-situแผนที่รอยร้าวสำรวจและติดตามรอยร้าว
Pull Out TestASTM E488Load (kN)กำลังยึดเกาะ Anchor Bolt
Parallel Seismic TestASTM D8381ความยาว (m)ความยาวเสาเข็ม/ฐานราก
Side Echo Testมยผ.1551-51Reflectogramความสมบูรณ์ฐานรากที่เข้าหัวเข็มไม่ได้
Floor Loading TestACI 318 บทที่ 27 / ACI 437.2Deflection (mm)กำลังรับน้ำหนักพื้น
Foundation & Structural Inspectionมยผ.1501-51 / มยผ.1902-62รายงานตรวจสอบสภาพฐานราก คาน เสา พื้น
Structural Back Analysisมยผ.1902-62รายงานวิเคราะห์หาสาเหตุ / เสริมกำลัง
ประเมินพื้นโกดังรับ Rack / ForkliftGPR · Core · Floor Load Testความหนา / f'c / กำลังพื้นติดตั้งชั้นวางสินค้าบนพื้นเดิม
Load Test สะพานและท่าเทียบเรือAASHTO MBE / ACI 437.2Deflection / Strainยืนยันพิกัดน้ำหนักรถ
ประเมินถนน-ลานรับรถเครนGPR · Core · Plate Bearingความหนา / f'c / ค่ารับแรงดินตั้งรถเครน วิ่งรถเทรลเลอร์
ฐานเครื่องจักร / ฐานถัง / เสาคอนกรีตCore · UPV · Rebar Scanรายงานประเมินใช้งานต่อ ซ่อม หรือเสริมกำลัง
Dilapidation SurveyCrack Map / Crack Gaugeรายงานสภาพพร้อมภาพถ่ายหลักฐานก่อนก่อสร้างข้างเคียง
Vibration MonitoringDIN 4150-3 / BS 7385-2PPV (mm/s)ควบคุมแรงสั่นต่ออาคารข้างเคียง
ประเมินอาคารหลังไฟไหม้มยผ. 1902-62 / ACI 562ระดับความเสียหายซ่อมได้หรือต้องเปลี่ยนองค์อาคาร
ตรวจอาคารหลังแผ่นดินไหวATC-20 / มยผ. 1902-62ป้ายเขียว / เหลือง / แดงใช้งานต่อหรือซ่อมเสริม
Technical Due DiligenceCore · UPV · Rebar Scanรายงานความเสี่ยงก่อนซื้อ-เช่าอาคาร

เมื่อไหร่ควรทำ Structural Testing?

  • อาคารเก่าและโครงสร้างที่มีอายุมาก — ประเมินสภาพและกำลังที่เหลือก่อนตัดสินใจซ่อมแซมหรือรื้อถอน
  • ก่อนต่อเติมหรือเพิ่มโหลด — ยืนยันว่าโครงสร้างเดิมรับน้ำหนักเพิ่มได้โดยไม่เกิดความเสียหาย
  • เมื่อพบรอยร้าวหรือการทรุดตัวผิดปกติ — หาสาเหตุและประเมินความรุนแรงก่อนวางแผนซ่อมแซม
  • โครงการรับมอบงาน (Acceptance Testing) — ยืนยันคุณภาพก่อนส่งมอบโครงการ
  • ก่อนเพิ่มน้ำหนักใช้งาน — ติดตั้งชั้นวางสินค้า เครื่องจักรหนัก หรือเพิ่มพิกัดรถบนสะพานและถนนเดิม
  • ก่อนก่อสร้างติดอาคารข้างเคียง และหลังไฟไหม้หรือแผ่นดินไหว — บันทึกสภาพและประเมินความปลอดภัยก่อนใช้งานต่อ
  • งานพิพาทและคดีวิศวกรรม — หลักฐานเชิงเทคนิคที่เชื่อถือได้และรับรองโดยวิศวกร

ตรวจสอบโครงสร้าง NDT ค่าบริการคิดอย่างไร และ SPN รับงานพื้นที่ไหนบ้าง?

ค่าบริการตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลายไม่มีราคากลางตายตัว เพราะแต่ละอาคารต้องเลือกรายการทดสอบและจำนวนจุดต่างกัน SPN จึงเสนอราคาเป็นรายโครงการจากแบบแปลนและรูปถ่ายอาการ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง

ปัจจัยที่กำหนดค่าบริการ

ปัจจัยที่กำหนดค่าบริการตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย
ปัจจัยมีผลอย่างไร
รายการทดสอบและจำนวนจุดRebound Hammer, UPV, Rebar Scan, GPR คิดตามจำนวนจุด/พื้นที่สแกน · Core Drilling คิดต่อแกน รวมทดสอบกำลังอัดในห้องปฏิบัติการ
ขนาดอาคารและการเข้าถึงจำนวนชั้น ความสูงที่ต้องใช้นั่งร้าน/รถกระเช้า การทำงานนอกเวลาในอาคารที่ใช้งานอยู่
ระดับรายงานที่ต้องการรายงานผลทดสอบ หรือรายงานประเมินความมั่นคงแข็งแรงพร้อมข้อเสนอแนะ ลงนามโดยวิศวกร (ใบอนุญาต กว.)
ระยะทางหน้างานค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน

ส่งแบบแปลน (ถ้ามี) รูปถ่ายรอยร้าวหรืออาการที่พบ และวัตถุประสงค์ (ต่อเติม ซื้อ-ขาย ยื่นหน่วยงาน ตรวจหลังภัยพิบัติ) มาที่ LINE @spnth หรือ info@spnth.com วิศวกรจะแนะนำรายการทดสอบที่จำเป็นและเสนอราคาให้ฟรี — อ่านวิธีคิดราคาและเทียบระดับราคาแต่ละวิธีที่ ราคาตรวจสอบโครงสร้าง NDT 2026 ส่วนราคาทดสอบเสาเข็ม (Seismic, PDA) ดูที่ ราคาทดสอบเสาเข็ม ปี 2026

ขอใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม.

พื้นที่ให้บริการ

ทีมวิศวกรตรวจสอบโครงสร้างของ SPN ออกปฏิบัติงานจากสำนักงานที่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ครอบคลุมพื้นที่ต่อไปนี้เป็นประจำ

  • กรุงเทพฯ และปริมณฑล — สมุทรปราการ (สำนักงานที่ อ.บางเสาธง) นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม — ออกหน้างานได้เร็วที่สุด ค่าเดินทางเริ่มต้นต่ำสุด
  • ภาคตะวันออก / EEC — ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี — โรงงาน คลังสินค้า และนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงนิคมปิโตรเคมี จ.ระยอง
  • ภาคกลาง — พระนครศรีอยุธยา สระบุรี กาญจนบุรี — งานสะพาน ถนน โรงงาน และเขื่อน
  • ทั่วประเทศ 77 จังหวัด — รวมงานในแม่น้ำ ทะเล (Offshore) และพื้นที่พิเศษ ค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน

ตัวอย่างงานจริงในแกลเลอรีด้านบน: GPR อาคารเก่ากลางกรุงเทพฯ และย่านสาทร · Pull Out Test โครงการในชลบุรี · UPV และ Rebar Scan อาคารสำนักงานที่ใช้งานอยู่ · Parallel Seismic ฐานรากอาคารเดิม

ส่งพิกัดหน้างาน รับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม.

สรุปสั้น: ตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลายกับ SPN ได้อะไร ใช้เวลากี่วัน?

บริการ
กำลังคอนกรีต · รอยร้าว โพรง เหล็กเสริม · ฐานรากและเสาเข็มเดิม · ทดสอบรับน้ำหนัก · ประเมินความเสียหายอาคาร
มาตรฐานหลัก
ASTM C42 (Core) · ASTM C597 (UPV) · ASTM C876 (Half-Cell) · ASTM E488 (Pull-Out) · ASTM D8381 (Parallel Seismic) · มยผ.1501-51 ถึง 1507-51 · ACI 318-19 บทที่ 27 (Load Test)
ระยะเวลาโดยประมาณ
งานภาคสนามส่วนใหญ่ 1 วัน · ทดสอบกำลังอัดแท่ง Core ในห้องปฏิบัติการประมาณ 7–14 วัน
สิ่งที่ส่งมอบ
รายงานผลทดสอบและการประเมิน พร้อมข้อเสนอแนะซ่อมแซม ลงนามโดยวิศวกร (กว.)
พื้นที่ให้บริการ
รับงานทั่วประเทศ 77 จังหวัด จากสำนักงาน อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ
ติดต่อ
โทร 064-746-9601 · LINE @spnth · info@spnth.com

คำถามที่พบบ่อย — Structural Testing & NDE

Structural Testing คือการทดสอบโครงสร้างโดยรวม เช่น Floor Loading Test, Pull Out Test ที่วัดค่าเชิงกำลัง ส่วน NDE (Non-Destructive Evaluation) เน้นการประเมินสภาพภายในโดยไม่ทำลาย เช่น GPR, UPV, Rebound Hammer ในทางปฏิบัติมักใช้ร่วมกันเพื่อผลที่ครบถ้วน

Rebound Hammer รวดเร็วและไม่ทำลาย เหมาะสำรวจเบื้องต้นหลายจุดในเวลาสั้น แต่ความแม่นยำต่ำกว่า Core Drilling ที่เจาะเก็บตัวอย่างจริงและทดสอบกำลังในห้องปฏิบัติการ แนะนำใช้ Rebound Hammer สำรวจก่อน แล้วเลือกจุด Core Drilling เพิ่มเติมในพื้นที่ที่น่าสงสัย

GPR ตรวจหาได้หลายอย่างในคอนกรีตและดิน ได้แก่ เหล็กเสริม (Rebar), ท่อฝังใน, โพรง (Void), รอยแตกภายใน, สายไฟ และวัตถุใต้ดินอื่นๆ ความลึกที่ตรวจได้ไม่ใช่ค่าตายตัว ขึ้นอยู่กับความถี่ของเสาอากาศและชนิด/ความชื้นของวัสดุ — งานสแกนคอนกรีตใช้เสาอากาศความถี่สูงเน้นความละเอียด ส่วนงานสำรวจใต้ดินในดินทรายแห้งอาจตรวจได้ประมาณ 2–3 เมตรหรือมากกว่า ขณะที่ดินเหนียวชื้นตรวจได้ตื้นกว่ามาก

Pull Out Test ใช้ทดสอบแรงดึงของ Anchor Bolt, Chemical Anchor, สลักเกลียว และวัสดุยึดต่างๆ ในคอนกรีต ใช้บ่อยในงานติดตั้งอุปกรณ์หนัก เช่น เครื่องจักรโรงงาน, Rack & Shelf ขนาดใหญ่, โครงสร้างเหล็ก, Tower และสะพาน รายงานผลรับรองโดยวิศวกรใช้ยื่นต่อหน่วยงานได้ อ่านรายละเอียดวิธีทดสอบและมาตรฐาน ASTM E488 ได้ในบทความ Pull-Out Test ทดสอบแรงดึงถอนพุกเคมีและสตัดเกลียว

PIT ทดสอบโดยเคาะที่หัวเสาเข็มด้วยค้อนมือโดยตรง (ตาม มยผ.1551-51) เหมาะสำหรับเสาเข็มที่สามารถเข้าถึงหัวเข็มได้ ส่วน Parallel Seismic Test เจาะหลุมข้างๆ เสาเข็มแล้ววัดคลื่น เหมาะสำหรับเสาเข็มเดิมที่ถูกฝังอยู่ในฐานราก หรืออยู่ใต้อาคารที่ไม่สามารถเข้าถึงหัวเข็มได้ อ่านหลักการ PIT เพิ่มเติมได้ในบทความ Seismic Integrity Test

Side Echo Test ขุดเปิดหลุมข้างฐานราก ยึดแผ่นเหล็กรับแรงกระทบ (Transfer Block) ที่ผิวด้านข้าง เคาะด้วยค้อนมือและรับสัญญาณด้วย Accelerometer เป็นการดัดแปลงวิธี Sonic Echo / Low-Strain Integrity ตาม มยผ.1551-51 ให้ผลเชิงคุณภาพเรื่องความต่อเนื่องของคอนกรีตและตำแหน่งรอยต่อ ส่วน Parallel Seismic Test (ASTM D8381) เจาะหลุมขนานข้างเสาเข็มและวัดเวลาคลื่นเดินทางผ่านท่อ จึงระบุความยาวเสาเข็มได้แม่นยำกว่า หากเป้าหมายคือยืนยันความยาวควรเลือก Parallel Seismic ส่วน Side Echo เหมาะกรณีที่ขุดเปิดข้างฐานรากได้และต้องการประเมินความสมบูรณ์เบื้องต้น

Carbonation คือปฏิกิริยาที่ CO₂ ในอากาศแทรกซึมเข้าคอนกรีตและลดค่า pH ลง เมื่อ Carbonation Front ถึงเหล็กเสริม เหล็กจะเริ่มเป็นสนิมและคอนกรีตแตกร่อน Carbonation Depth Test วัดความลึกนี้ด้วยสาร Phenolphthalein ใช้ประเมินอายุการใช้งานที่เหลือและวางแผนซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน

ได้ครับ รายงานผลการทดสอบทุกฉบับของ SPN รับรองโดยวิศวกรโยธาผู้ได้รับใบอนุญาต (กว.) ใช้ยื่นขออนุญาตก่อสร้าง/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้

งานภาคสนามส่วนใหญ่ใช้เวลา 1 วัน ขึ้นอยู่กับจำนวนจุดทดสอบและขนาดพื้นที่ Core Sample ต้องปรับสภาพความชื้นตาม ASTM C42 ก่อนทดสอบกำลังอัดในห้องปฏิบัติการ รวมประมาณ 7–14 วัน การทดสอบอื่นๆ เช่น GPR, Rebound Hammer, UPV รายงานพร้อมภายใน 3–5 วันทำการหลังลงพื้นที่

Half-Cell Potential Test วัดศักย์ไฟฟ้าของเหล็กเสริมผ่านผิวคอนกรีต แปลผลตามมาตรฐาน ASTM C876 — ค่าที่บวกกว่า −200 mV (เทียบขั้ว Cu/CuSO₄) มีโอกาสไม่เกิดการกัดกร่อนมากกว่า 90% ช่วง −200 ถึง −350 mV สรุปไม่ได้แน่ชัด และค่าที่ลบกว่า −350 mV มีโอกาสเกิดการกัดกร่อนมากกว่า 90% ใช้ทำ Corrosion Map ระบุบริเวณที่ต้องซ่อมแซมก่อน

วางน้ำหนักทดสอบบนพื้นตามแผนกระจายโหลดที่ออกแบบ วัด Deflection ที่จุดกึ่งกลางและขอบด้วย Dial Gauge หรือ LVDT ตลอดช่วงการทดสอบ 24–48 ชั่วโมง แล้ววัดค่า Recovery หลังปลดโหลด ผลใช้ยืนยันว่าพื้นรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบก่อนนำเข้าใช้งาน อ่านขั้นตอนละเอียดได้ในบทความ Floor Load Test ทดสอบการรับน้ำหนักพื้น

ตรวจได้โดยไม่ต้องทุบพื้น เริ่มจากวัดความหนาแผ่นพื้นและตำแหน่งเหล็กเสริมด้วย GPR หรือ Core ทดสอบกำลังคอนกรีต แล้ววิศวกรคำนวณแรงกดจุดจากขา Rack และล้อ Forklift เทียบกับกำลังพื้นเดิม หากผลคำนวณก้ำกึ่งจึงยืนยันด้วย Floor Load Test ด้วยน้ำหนักจริง อ่านเพิ่มเติมในบทความ พื้นโรงงาน-คลังสินค้ารับน้ำหนักได้เท่าไหร่

ควรทำ Dilapidation Survey บันทึกสภาพอาคารข้างเคียงก่อนเริ่มงาน ทั้งภาพถ่ายระบุตำแหน่งและวันที่ แผนที่รอยร้าวเดิม และติด Crack Gauge ที่รอยร้าวสำคัญ ระหว่างตอกเสาเข็มหรือขุดดินควรวัดแรงสั่นสะเทือน (PPV) ที่อาคารข้างเคียงเทียบเกณฑ์ประกาศ กก.วล. ฉบับที่ 37 (พ.ศ. 2553) หรือ DIN 4150-3 / BS 7385-2 ตามข้อกำหนดโครงการ ข้อมูลชุดนี้ช่วยแยกรอยร้าวเดิมกับรอยร้าวใหม่เมื่อมีข้อพิพาท

เริ่มจากวิศวกรตรวจสภาพด้วยสายตาเพื่อแยกองค์อาคารที่เสียหายรุนแรง จากนั้นทดสอบเพิ่มในจุดเสี่ยง เช่น Core Test และ UPV เพื่อหากำลังคอนกรีตที่เหลือ Rebound Hammer สำรวจเป็นพื้นที่กว้าง และตรวจเหล็กเสริมที่เปิดผิว ประเมินตามกรอบ มยผ. 1902-62 ร่วมกับแนวทาง ACI 562 (กรณีไฟไหม้) หรือ ATC-20 (กรณีแผ่นดินไหว) แล้วสรุปว่าใช้งานต่อได้ ต้องซ่อม หรือต้องเสริมกำลัง

ไม่มีราคากลางตายตัว เพราะแต่ละอาคารต้องเลือกรายการทดสอบและจำนวนจุดต่างกัน ค่าบริการขึ้นกับรายการทดสอบ (Rebound Hammer, UPV, Core Drilling, GPR, Rebar Scan ฯลฯ) จำนวนจุด ขนาดและการเข้าถึงอาคาร ระดับรายงานที่ต้องการ และระยะทางหน้างาน ส่งแบบแปลนและรูปถ่ายอาการมาได้ วิศวกรจะแนะนำรายการที่จำเป็นและเสนอราคาให้ฟรีภายใน 24 ชั่วโมง ราคานี้ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน

รับครับ ทีมวิศวกรออกหน้างานทั่วประเทศ 77 จังหวัด จากสำนักงานที่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ จึงเข้าหน้างานกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้เร็วที่สุด และมีผลงานต่อเนื่องในภาคตะวันออก/EEC (ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี) และภาคกลาง (พระนครศรีอยุธยา สระบุรี กาญจนบุรี) ทั้งอาคารสำนักงาน โรงงาน และนิคมอุตสาหกรรม ค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน