1. การทดสอบคุณภาพและกำลังคอนกรีต (Concrete Quality Assessment)
กลุ่มการทดสอบเพื่อประเมินกำลังรับแรงอัด คุณภาพ และอายุการใช้งานของโครงสร้างคอนกรีตโดยไม่ทำลายโครงสร้างเดิม
- Core Drilling and Compressive Strength (ASTM C42) — เจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีตแกนกลม (Core Sample) จากโครงสร้างจริง นำมาทดสอบกำลังรับแรงอัด (Compressive Strength) ในห้องปฏิบัติการ ให้ค่าที่แม่นยำที่สุด ใช้ยืนยันคุณภาพคอนกรีตกรณีสงสัยหรือโต้แย้ง
- Rebound Hammer Test / Schmidt Hammer (มยผ.1502-51 · ASTM C805 · BS EN 12504-2) — ทดสอบความแข็งผิวคอนกรีตด้วยค้อนสปริง แปลงค่า Rebound Number เป็นกำลังรับแรงอัดโดยประมาณ รวดเร็ว ไม่ทำลาย เหมาะสำหรับสำรวจเบื้องต้นพื้นที่ขนาดใหญ่
- Ultrasonic Pulse Velocity (UPV) — ASTM C597 · มยผ.1504-51 — ส่งคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านคอนกรีต วัดความเร็วการเดินทางเพื่อประเมินคุณภาพ ความสม่ำเสมอ และตรวจหาโพรงหรือรอยแตกภายใน ใช้ร่วมกับ Core Drilling เพื่อผลที่น่าเชื่อถือ
- Carbonation Depth Test (BS EN 14630) — ฉีดสาร Phenolphthalein ที่หน้าตัดคอนกรีต วัดความลึกที่คาร์บอเนชัน (CO₂) แทรกซึม ใช้ประเมินอายุการใช้งานที่เหลือและความเสี่ยงการกัดกร่อนเหล็กเสริม
2. การตรวจหารอยร้าว โพรง เหล็กเสริม และวัตถุใต้ดิน
กลุ่มการทดสอบที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและเทคโนโลยีขั้นสูงในการตรวจหาสิ่งผิดปกติภายในโครงสร้างและใต้ดิน
- Ground Penetrating Radar (GPR) — ส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูงผ่านคอนกรีตหรือดิน วิเคราะห์คลื่นสะท้อนเป็นภาพ Radargram พร้อมพิกัด GPS แบ่งการใช้งานเป็น 2 แบบตามเอกสารอ้างอิง: (1) สแกนโครงสร้างคอนกรีต (มยผ.1507-51 · ACI PRC-228.2) — หาตำแหน่งเหล็กเสริม ระยะหุ้มคอนกรีต (Concrete Cover) โพรง และท่อฝัง โดยความลึกที่ตรวจได้ขึ้นอยู่กับความถี่ของเสาอากาศ ชนิดของคอนกรีต และสภาพหน้างาน (เสาอากาศความถี่สูงให้ความละเอียดสูงแต่ตรวจได้ตื้นกว่า) และ (2) สำรวจใต้ผิวดิน (ASTM D6432) — หาท่อใต้ดิน วัตถุฝัง โพรงใต้ดิน และความหนาชั้นทาง โดยความลึกขึ้นอยู่กับชนิดของดิน ความชื้น และความถี่เสาอากาศ — ในดินทรายแห้งอาจตรวจได้ประมาณ 2–3 เมตรหรือมากกว่า ส่วนดินเหนียวชื้นตรวจได้ตื้นกว่ามาก
- Rebar Locator and Profometer (มยผ.1505-51 · BS 1881-204) — ระบุตำแหน่ง ขนาด และระยะคลุม (Cover Depth) ของเหล็กเสริมในคอนกรีตโดยไม่ต้องเจาะ เหมาะสำหรับวางแผนก่อนทำ Core Drilling และตรวจสอบการจัดวางเหล็กเสริมตามแบบ
- Half-Cell Potential Test (ASTM C876 · มยผ.1506-51) — วัดศักย์ไฟฟ้าของเหล็กเสริมผ่านผิวคอนกรีต ประเมินความน่าจะเป็นในการกัดกร่อน (Corrosion Probability) เหมาะสำหรับโครงสร้างอายุมากหรืออยู่ในสภาวะแวดล้อมรุนแรง
- Crack Mapping and Monitoring — สำรวจและทำแผนที่รอยร้าว (Crack Map) บนผิวคอนกรีต อิฐ และหิน วัดความกว้าง ความยาว และติดตามการเปลี่ยนแปลงด้วย Crack Gauge ใช้ประกอบการวิเคราะห์สาเหตุและวางแผนซ่อมแซม
3. การประเมินฐานรากและเสาเข็มเดิม
กลุ่มการทดสอบสำหรับประเมินเสาเข็ม ฐานรากเดิม และกำลังยึดของวัสดุในคอนกรีต
- Pull Out Test — ทดสอบแรงดึง (Tensile / Pull-Out Strength) ของ Anchor Bolt สลักเกลียว และวัสดุยึดในคอนกรีตด้วย Hydraulic Jack วัด Load-Displacement Curve ยืนยันกำลังยึดเกาะก่อนรับโหลดจริง เหมาะสำหรับงานติดตั้งอุปกรณ์หนักและโครงสร้างเหล็ก
- Parallel Seismic Test (ASTM D8381) — ประเมินความยาวของเสาเข็มและฐานรากเดิมโดยไม่ต้องรื้อโครงสร้าง (อาจขุดเปิดเฉพาะจุดเพื่อเคาะสัญญาณที่ฐานราก) เจาะหลุมข้างเสาเข็ม วัดคลื่นสั่นสะเทือนด้วย Hydrophone เหมาะสำหรับโครงสร้างเก่าที่ไม่มีแบบก่อสร้าง งานซ่อมแซม และต่อเติมอาคาร
- Side Echo Test (มยผ.1551-51) — ทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็มหรือฐานรากที่เข้าถึงหัวเข็มไม่ได้ ขุดหลุมข้างฐานราก เคาะผิวด้านข้างด้วยค้อนมือและรับสัญญาณด้วย Accelerometer ดัดแปลงจากวิธี Sonic Echo / Low-Strain Integrity ให้ผลเชิงคุณภาพ เสริมข้อมูลร่วมกับ Parallel Seismic Test ไม่ใช้แทนกันในการวัดความยาวเสาเข็ม
- Foundation and Structural Inspection (มยผ.1501-51 · มยผ.1902-62) — ตรวจสอบสภาพฐานราก คาน เสา และพื้น ประเมินความเสียหาย การทรุดตัว รอยแตก และการเสื่อมสภาพของวัสดุ จัดทำรายงานผลการตรวจสอบพร้อมข้อเสนอแนะในการซ่อมบำรุง
4. การทดสอบรับน้ำหนักและประเมินกำลังโครงสร้าง (Load Testing & Capacity Assessment)
กลุ่มงานที่ยืนยันว่าพื้น สะพาน ถนน และฐานรากรับน้ำหนักใช้งานใหม่ได้ ทั้งการทดสอบด้วยน้ำหนักจริงและการประเมินจากผลทดสอบร่วมกับการคำนวณ
- Floor Loading Test (ACI 318 บทที่ 27 · ACI 437.2) — ทดสอบความสามารถรับน้ำหนักบรรทุกของพื้นคอนกรีต (Floor Slab) โดยวางน้ำหนักทดสอบและวัดการโก่งตัว (Deflection) ใช้ยืนยันว่าพื้นรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบก่อนใช้งาน
- ประเมินพื้นโกดังรับชั้นวางสินค้า (Rack) และ Forklift — วัดความหนาแผ่นพื้นและตำแหน่งเหล็กเสริมด้วย GPR หรือ Core ทดสอบกำลังคอนกรีต แล้ววิเคราะห์แรงกดจุดจากขา Rack และล้อ Forklift เทียบกับกำลังพื้นเดิม หากผลก้ำกึ่งจึงยืนยันด้วย Floor Load Test (พื้นคลังสินค้ารับน้ำหนักได้เท่าไหร่)
- Load Test สะพานและท่าเทียบเรือ (AASHTO MBE · ACI 437.2) — ทดสอบด้วยรถหรือน้ำหนักรู้ค่า วัดการแอ่นตัวด้วย LVDT / Dial Gauge และความเครียดด้วย Strain Gauge แบ่งเป็น Diagnostic Load Test (ดูพฤติกรรมจริงเพื่อปรับแบบจำลอง) และ Proof Load Test (พิสูจน์ว่ารับน้ำหนักเป้าหมายได้โดยตรง) (Load Test สะพานทำอย่างไร)
- ประเมินถนนและลานคอนกรีตรับรถเครน / รถเทรลเลอร์ — ตรวจความหนาแผ่นพื้นและเหล็กเสริม ทดสอบกำลังคอนกรีต และทดสอบชั้นดินใต้พื้นด้วย Plate Bearing Test แล้ววิเคราะห์แรงจากล้อหรือขาช้าง (Outrigger) ของรถเครนเทียบความสามารถรับน้ำหนักของถนนหรือลานเดิม
- ตรวจฐานรากเครื่องจักร ฐานถังเก็บ และเสาคอนกรีต — ตรวจรอยร้าว กำลังคอนกรีต ตำแหน่งเหล็กเสริม และการทรุดตัวของฐานเครื่องจักรเก่า ฐานถังที่ทรุดหรือเอียง และเสาคอนกรีตที่แตกร้าว ประเมินกำลังที่เหลือก่อนตัดสินใจใช้งานต่อ ซ่อม หรือเสริมกำลัง
- Structural Back Analysis (มยผ.1902-62) — วิเคราะห์ย้อนกลับจากข้อมูลการทดสอบและการตรวจสอบหน้างานเพื่อหาสาเหตุความเสียหาย ประเมินความสามารถรับน้ำหนักที่เหลือ และวางแผนการเสริมกำลังโครงสร้าง
5. การประเมินความเสียหายและสภาพอาคาร (Damage & Condition Assessment)
กลุ่มงานบันทึกสภาพก่อน-หลังเหตุการณ์ และประเมินว่าอาคารใช้งานต่อได้ ต้องซ่อม หรือต้องเสริมกำลัง
- สำรวจอาคารข้างเคียงก่อนก่อสร้าง (Dilapidation Survey) — บันทึกสภาพอาคารเพื่อนบ้านก่อนเริ่มงานฐานรากหรือขุดดิน ทั้งภาพถ่ายระบุตำแหน่งและวันที่ แผนที่รอยร้าวเดิม (Crack Map) และติด Crack Gauge ที่รอยร้าวสำคัญ ใช้แยกรอยร้าวเดิมกับรอยร้าวใหม่เมื่อมีข้อพิพาท (Dilapidation Survey บันทึกอะไรบ้าง)
- ตรวจวัดแรงสั่นสะเทือน (Vibration Monitoring — DIN 4150-3 · BS 7385-2) — วัดค่าความเร็วอนุภาคสูงสุด (Peak Particle Velocity: PPV) ที่อาคารข้างเคียงระหว่างตอกเสาเข็ม ขุดดิน หรือเครื่องจักรทำงาน แล้วเทียบกับเกณฑ์ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 37 (พ.ศ. 2553) หรือ DIN 4150-3 / BS 7385-2 ตามข้อกำหนดโครงการ (ตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนจากการตอกเสาเข็ม)
- ประเมินอาคารหลังไฟไหม้ (มยผ. 1902-62 · ACI 562) — ตรวจความเสียหายของคอนกรีตและเหล็กเสริมจากความร้อน ด้วยการสำรวจสภาพ Core Test, UPV และ Rebound Hammer แบ่งระดับความเสียหาย แล้วประเมินว่าองค์อาคารซ่อมได้หรือต้องเปลี่ยน (อาคารหลังไฟไหม้ ซ่อมได้หรือต้องรื้อ)
- ตรวจสอบอาคารหลังแผ่นดินไหว (ATC-20 · มยผ. 1902-62) — ตรวจเบื้องต้นเพื่อแบ่งระดับความปลอดภัย (ป้ายเขียว เหลือง แดง) และตรวจละเอียดด้วยการทดสอบในจุดที่พบความเสียหาย เพื่อสรุปว่าใช้งานต่อได้หรือต้องซ่อมเสริม (ตรวจอาคารหลังแผ่นดินไหว)
- ตรวจโครงสร้างก่อนซื้อ-เช่าอาคาร (Technical Due Diligence) — ตรวจสภาพโครงสร้าง ทวนเอกสารและแบบ ทดสอบคอนกรีตและเหล็กเสริมในจุดเสี่ยง และประเมินฐานรากเดิม สรุปความเสี่ยงและรายการที่ต้องซ่อมก่อนตัดสินใจ (เช็กลิสต์ก่อนซื้อ-เช่าอาคารและโกดัง)