บทความนี้ต่อยอดจาก UPV Test คืออะไร โดยเน้นขั้นตอน "หลังได้ผลมาแล้ว" เมื่อรายงานขึ้นตัวเลขต่ำกว่าที่คาด ควรอ่านอย่างไร ตัดสาเหตุอย่างไร และตรวจอะไรต่อ เพื่อให้ตัดสินใจได้จริงโดยไม่ด่วนสรุปว่าโครงสร้างเสียหาย

ค่าความเร็ว UPV เท่าไหร่ถึงเรียกว่าต่ำ?

ค่าความเร็วคลื่น (Pulse Velocity) ที่ต่ำ คือค่าที่ต่ำกว่าจุดอื่นในสมาชิกโครงสร้างเดียวกันอย่างมีนัย ไม่ใช่แค่ต่ำกว่าตัวเลขในตำรา เพราะคอนกรีตแต่ละส่วนผสมให้ความเร็วฐานไม่เท่ากัน ตารางด้านล่างจึงเน้นที่ "ควรทำอะไรต่อ" มากกว่าการติดป้ายคุณภาพ

ความเร็วคลื่น (km/s)สิ่งที่ควรทำต่อ
มากกว่า 4.5บันทึกเป็นค่าอ้างอิงของโครงสร้าง ใช้เทียบจุดอื่น ไม่ต้องตรวจเพิ่ม
3.5 – 4.5ปกติ ตรวจต่อเฉพาะเมื่อค่ากระจายตัวกว้างผิดปกติภายในสมาชิกเดียวกัน
3.0 – 3.5วัดซ้ำและขยายจุดวัดรอบบริเวณนั้น ถ้ายังต่ำให้ตรวจยืนยันด้วยวิธีอื่น
2.0 – 3.0ตรวจยืนยันเสมอ เช่น Impact Echo หรือเจาะเก็บแท่งตัวอย่าง (Core Test)
น้อยกว่า 2.0สงสัยตำหนิภายในรุนแรง ให้วิศวกรเข้าประเมินก่อนใช้งานพื้นที่นั้นต่อ
อ่านแบบเทียบจุด ไม่ใช่อ่านเลขเดี่ยว

ถ้าเสาต้นหนึ่งวัดได้ 4.2 km/s ทุกจุด แต่มีจุดหนึ่งได้ 3.4 km/s ส่วนต่างประมาณ 0.8 km/s นี้มีความหมายมากกว่าตัวเลข 3.4 เอง เพราะบ่งชี้ว่าเนื้อคอนกรีตบริเวณนั้นต่างจากส่วนอื่นของสมาชิกเดียวกัน

ค่าต่ำเพราะคอนกรีตแย่จริง หรือเพราะวิธีวัด?

ค่าต่ำเกิดได้ทั้งจากเนื้อคอนกรีตและจากวิธีวัด ปัจจัยหน้างานหลายอย่างดันค่าให้เพี้ยนได้ทั้งสองทาง ตารางนี้ช่วยแยกว่าค่าที่ได้น่าจะถูกดันขึ้นหรือกดลง

ปัจจัยทิศทางที่ค่าเพี้ยนวิธีจัดการ
สารสัมผัส (couplant) ไม่พอ หรือผิวขรุขระต่ำเกินจริงขัดผิวให้เรียบ ทาเจลใหม่ กดหัววัดให้แนบสนิท แล้ววัดซ้ำ
ผิวฉาบปูนหรือทาสีทับต่ำเกินจริงสกัดผิวฉาบออกเฉพาะจุดวัดให้ถึงเนื้อคอนกรีต
ระยะระหว่างหัววัดวัดผิดได้ทั้งสูงและต่ำวัดระยะจริงด้วยตลับเมตร บันทึกทุกจุด ไม่ใช้ค่าจากแบบ
แนวคลื่นวิ่งขนานเหล็กเสริมสูงเกินจริงใช้ GPR สแกนหาแนวเหล็ก แล้วเลี่ยงแนว หรือแก้ค่า
คอนกรีตอิ่มน้ำ หรือเพิ่งฝนตกสูงเกินจริงบันทึกสภาพความชื้นไว้ในรายงาน เทียบกับจุดที่สภาพเดียวกัน
คอนกรีตอายุน้อย ยังพัฒนากำลังไม่เต็มที่ต่ำกว่าค่าสุดท้ายรอให้ครบอายุตามที่วิศวกรกำหนดก่อนสรุปผล
วางหัววัดแบบทางอ้อม (Indirect)ต่ำกว่าแบบตรงอย่านำค่าจากคนละรูปแบบการวางมาเทียบกันตรง ๆ
ส่วนผสมหรือชนิดหินต่างกันเทียบกันไม่ได้เทียบเฉพาะภายในคอนกรีตชุด (batch) เดียวกัน
แผนภาพ 2 มิติ วิธีอ่านผล UPV สเกลช่วงความเร็วคลื่นกับสิ่งที่ควรทำต่อ ตัวอย่างการอ่านแบบเทียบจุดในเสาต้นเดียวกัน และปัจจัยหน้างานหกอย่างที่ทำให้ค่าสูงหรือต่ำเกินจริง แผนภาพสามส่วน ส่วนซ้ายบนเป็นสเกลความเร็วคลื่นห้าช่วงพร้อมสิ่งที่ควรทำต่อ มากกว่า 4.5 กิโลเมตรต่อวินาทีให้บันทึกเป็นค่าอ้างอิง 3.5 ถึง 4.5 ถือว่าปกติ 3.0 ถึง 3.5 ให้วัดซ้ำและขยายจุดวัด 2.0 ถึง 3.0 ให้ตรวจยืนยันเสมอด้วย Impact Echo หรือ Core Test และน้อยกว่า 2.0 สงสัยตำหนิภายในรุนแรง ให้วิศวกรประเมินก่อนใช้พื้นที่ ส่วนขวาบนเป็นรูปด้านเสาที่วัดห้าระดับ สี่ระดับได้ประมาณ 4.2 กิโลเมตรต่อวินาที อีกหนึ่งระดับได้ 3.4 ส่วนต่างประมาณ 0.8 กิโลเมตรต่อวินาทีมีความหมายมากกว่าตัวเลข 3.4 เอง เพราะบ่งชี้ว่าเนื้อคอนกรีตบริเวณนั้นต่างจากส่วนอื่นของสมาชิกเดียวกัน ส่วนล่างเป็นรูปตัดย่อยหกรูปของปัจจัยที่ทำให้ค่าเพี้ยน สองรูปแรกทำให้ค่าสูงเกินจริง คือแนวคลื่นวิ่งขนานเหล็กเสริม และคอนกรีตอิ่มน้ำ สี่รูปหลังทำให้ค่าต่ำกว่าจริง คือสารสัมผัสไม่พอหรือผิวขรุขระ วัดผ่านผิวฉาบหรือสี วางหัววัดแบบทางอ้อม และคอนกรีตอายุน้อย แผนภาพ 2 มิติ: อ่านค่า UPV ให้ถูก — สเกล · เทียบจุด · ปัจจัยที่ทำให้เพี้ยน แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน ช่วงความเร็วคลื่น (km/s) → ควรทำอะไรต่อ > 4.5 บันทึกเป็นค่าอ้างอิงของโครงสร้าง ใช้เทียบจุดอื่น ไม่ต้องตรวจเพิ่ม 3.5–4.5 ปกติ ตรวจต่อเมื่อค่ากระจายกว้างผิดปกติ 3.0–3.5 วัดซ้ำ + ขยายจุดวัดรอบบริเวณนั้น ยังต่ำ → ตรวจยืนยันด้วยวิธีอื่น 2.0–3.0 ตรวจยืนยันเสมอ Impact Echo หรือเจาะ Core Test < 2.0 สงสัยตำหนิภายในรุนแรง ให้วิศวกรประเมินก่อนใช้พื้นที่ ช่วงตัวเลขเป็นแนวทางทั่วไป ต้องเทียบภายในสมาชิกเดียวกันเสมอ อ่านแบบเทียบจุด ไม่ใช่อ่านเลขเดี่ยว 4.2 4.2 4.1 3.4 4.2 ต่างกัน ~0.8 3.0 3.5 4.0 4.5 เสาต้นเดียวกัน ส่วนต่างในสมาชิกเดียวกัน มีความหมาย มากกว่าตัวเลข 3.4 เอง (km/s · ตัวอย่างจากบทความ) ปัจจัยหน้างานที่ทำให้ค่าเพี้ยน ▲ ค่าสูงเกินจริง ▼ ค่าต่ำกว่าจริง แนวคลื่นขนานเหล็ก คลื่นในเหล็กเร็วกว่า คอนกรีตอิ่มน้ำ หรือเพิ่งฝนตก เจลไม่พอ ผิวขรุขระ หัววัดไม่แนบสนิท วัดผ่านผิวฉาบ/สี ต้องสกัดถึงเนื้อจริง วางแบบทางอ้อม ต่ำกว่าแบบตรง คอนกรีตอายุน้อย กำลังยังไม่เต็มที่
แผนภาพ 2 มิติสรุปวิธีอ่านค่า UPV: สเกลช่วงความเร็วกับสิ่งที่ควรทำต่อ ตัวอย่างการเทียบจุดในเสาต้นเดียวกัน (4.2 เทียบกับ 3.4 km/s) และรูปตัดย่อยของปัจจัยหน้างานที่ทำให้ค่าสูงเกินจริงหรือต่ำกว่าจริง

ตามแนวทาง ASTM C597 และ มยผ. 1504-51 (มาตรฐานการตรวจสอบโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กด้วยวิธีทดสอบแบบไม่ทำลาย: วิธีทดสอบคอนกรีตโดยใช้คลื่นอัลตราโซนิก ออกโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง) ค่าที่รายงานต้องมาพร้อมข้อมูลระยะทาง รูปแบบการวางหัววัด และสภาพผิว มิฉะนั้นตัวเลขความเร็วเพียงลำพังจะตีความไม่ได้

ก่อนสรุปว่าคอนกรีตมีปัญหา ต้องเช็คอะไรบ้าง?

เมื่อเจอค่าต่ำ ให้ไล่ 5 ขั้นตอนนี้ตามลำดับก่อนตัดสินใจตรวจเพิ่ม

  1. สอบเทียบเครื่องด้วยแท่งอ้างอิง — ทำทั้งก่อนและหลังชุดการวัด ถ้าค่าที่อ่านจากแท่งอ้างอิงเพี้ยน แปลว่าปัญหาอยู่ที่เครื่องไม่ใช่โครงสร้าง
  2. วัดซ้ำ 2–3 ครั้งด้วยเจลใหม่ — ถ้าค่ากระโดดขึ้นเมื่อทาเจลใหม่ สาเหตุคือการสัมผัสไม่ใช่เนื้อคอนกรีต
  3. ขยับจุดวัดออกจากแนวเหล็ก — เลื่อนหัววัดออกด้านข้าง 5–10 ซม. แล้ววัดใหม่ ดูว่าค่าเปลี่ยนไปมากไหม
  4. ตรวจว่าระยะและรูปแบบการวางถูกบันทึกครบ — ระยะผิด 10% ทำให้ความเร็วผิด 10% ทันที
  5. ขยายเป็นตารางกริดรอบจุดที่ต่ำ — วัดรอบ ๆ เพื่อดูว่าค่าต่ำเป็นจุดเดียวหรือกินพื้นที่กว้าง ซึ่งชี้นำวิธีตรวจขั้นต่อไปโดยตรง
แบบจำลอง 3 มิติ ขั้นตอนตรวจซ้ำเมื่อผล UPV ต่ำบนผนังคอนกรีต ตั้งแต่สอบเทียบด้วยแท่งอ้างอิง วัดซ้ำ ขยับจุดวัดหลบแนวเหล็ก วัดความหนาจริง จนถึงขยายกริดละเอียดรอบจุดที่ค่าต่ำ ภาพสามมิติเชิงแนวคิดของผนังคอนกรีตเสริมเหล็กบนพื้น ผิวด้านหน้ามีกริดจุดวัดแบบหยาบสามแถวหกคอลัมน์ จุดสีเขียวคือค่าปกติ มีหนึ่งจุดสีแดงที่ค่าต่ำ รอบจุดนั้นมีกรอบเส้นประสีส้มและกริดละเอียดห้าคูณห้าจุด จุดสีแดงเกาะกลุ่มกันแสดงขอบเขตของบริเวณที่ค่าต่ำ เส้นประสีม่วงแนวตั้งคือแนวเหล็กเสริมที่จุดวัดต้องหลบ หัวส่งคลื่นแนบผิวด้านหน้าและต่อสายไปยังเครื่อง UPV บนพื้น สายของหัวรับอ้อมข้ามสันผนังไปยังผิวด้านตรงข้าม บนพื้นด้านซ้ายมีแท่งอ้างอิงสำหรับสอบเทียบเครื่องวางบนกล่อง ที่ปลายผนังมีตลับเมตรวัดความหนาจริงของผนัง กรอบขวาสรุปห้าขั้นที่ต้องเช็คก่อนสรุปว่าคอนกรีตมีปัญหา คือสอบเทียบด้วยแท่งอ้างอิงก่อนและหลังการวัด วัดซ้ำสองถึงสามครั้งด้วยเจลใหม่ ขยับจุดวัดออกจากแนวเหล็กห้าถึงสิบเซนติเมตร ตรวจระยะและรูปแบบการวางหัววัด และขยายเป็นกริดรอบจุดที่ต่ำ พร้อมสรุปว่าต่ำเฉพาะจุดให้ตรวจต่อด้วย Impact Echo หรือ GPR ต่ำทั้งสมาชิกให้ใช้ Rebound Hammer ร่วมกับ Core Test แบบจำลอง 3 มิติ (3D): เช็ค 5 ขั้นบนผนังจริง ก่อนสรุปว่าค่าต่ำ แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน กริดหยาบทั้งผนัง หาจุดที่ต่ำกว่าจุดอื่น กริดละเอียดรอบจุดต่ำ ต่ำจุดเดียว หรือเป็นบริเวณ หัวรับ R อยู่ผิวตรงข้าม สายอ้อมข้ามสันผนัง แท่งอ้างอิงสอบเทียบ ก่อนและหลังชุดการวัด เครื่อง UPV + หัวส่ง T ทาเจลใหม่ วัดซ้ำ 2–3 ครั้ง วัดความหนาจริง L ผิด 10% → ความเร็วผิด 10% ค่าปกติ ค่าต่ำ แนวเหล็กเสริม: ขยับจุดวัดหลบ 5–10 ซม. 5 ขั้นเช็คก่อนสรุปผล 1 สอบเทียบด้วยแท่งอ้างอิง ค่าเพี้ยน = ปัญหาอยู่ที่เครื่อง 2 วัดซ้ำด้วยเจลใหม่ ค่ากระโดดขึ้น = การสัมผัสไม่ดี 3 ขยับออกจากแนวเหล็ก เลื่อนด้านข้าง 5–10 ซม. 4 ตรวจระยะ + รูปแบบการวาง ตรง · กึ่งตรง · ทางอ้อม 5 ขยายกริดรอบจุดที่ต่ำ ชี้วิธีตรวจขั้นต่อไป ผลกริดบอกขั้นต่อไป ต่ำเฉพาะจุด → Impact Echo หรือ GPR ระบุตำแหน่ง ต่ำทั้งสมาชิก → Rebound Hammer + Core Test
แบบจำลอง 3 มิติของการเช็ค 5 ขั้นบนผนังจริง: แท่งอ้างอิงสำหรับสอบเทียบ การวัดซ้ำด้วยเจลใหม่ จุดวัดที่หลบแนวเหล็กเสริม การวัดความหนาจริง และกริดละเอียดรอบจุดที่ค่าต่ำ ซึ่งบอกว่าค่าต่ำเป็นจุดเดียวหรือเป็นบริเวณ (ภาพเชิงแนวคิด)

ผล UPV ต่ำจริง ควรตรวจอะไรต่อ?

เมื่อตัดสาเหตุจากการวัดออกแล้วค่ายังต่ำ ขั้นตอนถัดไปขึ้นกับ "รูปแบบการกระจายของค่าต่ำ" ไม่ใช่ตัวเลขที่ได้ ดังแผนภาพด้านล่าง การใช้วิธีตรวจแบบไม่ทำลายหลายวิธีประกอบกันเพื่อยืนยันผลก่อนสรุป เป็นแนวปฏิบัติที่ระบุไว้ในเอกสารแนวทาง ACI PRC-228.2 (Report on Nondestructive Test Methods for Evaluation of Concrete in Structures)

แผนผังการตัดสินใจเมื่อผล UPV Test ต่ำ จำแนกตามรูปแบบการกระจายของค่าต่ำ และวิธีตรวจยืนยันต่อ เริ่มจากค่า UPV ต่ำกว่าจุดอ้างอิงในสมาชิกเดียวกัน ขั้นแรกวัดซ้ำและแก้จุดสัมผัสหรือ couplant ถ้าค่าไม่ต่ำแล้ว สาเหตุมาจากการวัด ใช้ค่าที่วัดใหม่เป็นผลจริง ถ้ายังต่ำ จำแนกตามรูปแบบการกระจายของค่าต่ำบนแผนที่จุดวัด สามแบบ แบบที่หนึ่ง ต่ำเฉพาะบางจุด สงสัยโพรงหรือการแยกตัวเฉพาะที่ ใช้ Impact Echo หรือ GPR ระบุตำแหน่ง แล้วเจาะ Core Test ยืนยันเฉพาะจุด ASTM C1383 และ ASTM C42 แบบที่สอง ต่ำทั้งสมาชิก สงสัยกำลังคอนกรีตไม่ถึงเกณฑ์ ใช้ Rebound Hammer ร่วมแบบ SonReb แล้วเจาะ Core Test ยืนยันกำลัง ASTM C805 และ ASTM C42 แบบที่สาม ต่ำเฉพาะรอบรอยร้าว คลื่นเดินอ้อมรอยแตกทำให้ทางเดินยาวขึ้น วัดความลึกรอยร้าวทางอ้อมและติดตามการขยายตัว ASTM C597 แบบ indirect ทุกแบบจบที่วิศวกรโยธาผู้มีใบอนุญาตสรุปผลรวมทุกวิธีและเสนอแนวทางซ่อมแซมหรือเสริมกำลัง หมายเหตุ UPV ไม่ใช้แทนค่ากำลังอัดคอนกรีตโดยตรง หากกระทบต่อกำลังรับน้ำหนักต้องยืนยันด้วย Core Test ผล UPV ต่ำ: ดูรูปแบบการกระจาย แล้วเลือกวิธียืนยัน แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน ค่า UPV ต่ำกว่าจุดอ้างอิงในสมาชิกเดียวกัน วัดซ้ำ + แก้จุดสัมผัส (couplant) แล้ว ค่ายังต่ำอยู่หรือไม่? ไม่ สาเหตุมาจากการวัด ใช้ค่าที่วัดใหม่เป็นผลจริง ใช่ — ดูรูปแบบค่าต่ำบนแผนที่จุดวัด ต่ำเฉพาะบางจุด สงสัยโพรง / แยกตัวเฉพาะที่ Impact Echo หรือ GPR ระบุตำแหน่ง Core Test ยืนยันเฉพาะจุด ASTM C1383 · C42 ต่ำทั้งสมาชิก สงสัยกำลังคอนกรีตไม่ถึงเกณฑ์ Rebound Hammer ร่วม (SonReb) Core Test ยืนยันกำลัง ASTM C805 · C42 ต่ำรอบรอยร้าว คลื่นอ้อมรอยแตก ทางเดินยาวขึ้น วัดความลึกรอยร้าวทางอ้อม ติดตามการขยายตัว ASTM C597 (indirect) วิศวกรโยธา (กว.) สรุปผลรวมทุกวิธี และเสนอแนวทางซ่อมแซมหรือเสริมกำลัง หมายเหตุ: UPV ไม่ใช้แทนค่ากำลังอัดคอนกรีตโดยตรง — ถ้ากระทบกำลังรับน้ำหนัก ต้องยืนยันด้วย Core Test ค่าปกติ ค่าต่ำ (แผนที่จุดวัด)
แผนผังการตัดสินใจเมื่อผล UPV Test ต่ำ — รูปแบบการกระจายของค่าต่ำเป็นตัวกำหนดว่าควรตรวจยืนยันด้วยวิธีใดต่อ

ต่ำเฉพาะจุด มักหมายถึงตำหนิเฉพาะที่ เช่น โพรงจากการเทไม่ทั่วหรือการจี้ไม่พอ ควรใช้ Impact Echo (ตาม ASTM C1383) หรือ GPR ระบุตำแหน่งและความลึกก่อน แล้วเจาะยืนยันเฉพาะจุดที่จำเป็น เพื่อลดจำนวนรูเจาะบนโครงสร้าง

ต่ำทั้งสมาชิก ชี้ไปที่คุณภาพของคอนกรีตชุดนั้นทั้งชิ้น กรณีนี้ควรวัด Rebound Hammer ประกอบ แล้วเจาะแท่งตัวอย่างทดสอบกำลังอัดตาม ASTM C42 เพราะการประมาณกำลังจากความเร็วคลื่นอย่างเดียวไม่พอสำหรับการตัดสินใจเชิงโครงสร้าง

ต่ำเฉพาะรอบรอยร้าว เป็นพฤติกรรมปกติของคลื่นที่ต้องเดินอ้อมรอยแตก ใช้ประเมินความลึกรอยร้าวได้ แต่ต้องคู่กับการติดตามว่ารอยร้าวขยายตัวหรือไม่ ก่อนสรุปว่าต้องซ่อม

กรณีโครงสร้างผ่านเพลิงไหม้

คอนกรีตที่โดนความร้อนสูงจะให้ค่าความเร็วต่ำลงชัดเจนตามความลึกที่เสียหาย การวัดเทียบระหว่างส่วนที่โดนไฟกับส่วนที่ไม่โดนช่วยประเมินขอบเขตความเสียหายได้ แต่กำลังอัดที่เหลือต้องยืนยันด้วยแท่งตัวอย่างเสมอ

รายงานผล UPV ที่อ่านแล้วตัดสินใจได้ ต้องมีอะไร?

รายงานที่มีแค่ตารางตัวเลขความเร็วมักตัดสินใจต่อไม่ได้ รายงานที่ใช้งานจริงควรมีอย่างน้อย 7 อย่างนี้

  • ผังจุดวัดพร้อมหมายเลข ระบุตำแหน่งบนแบบโครงสร้างได้ชัดเจน
  • ระยะระหว่างหัววัดจริงของแต่ละจุด และรูปแบบการวาง (ตรง / กึ่งตรง / ทางอ้อม)
  • เวลาเดินทางของคลื่นดิบ (µs) ไม่ใช่เฉพาะความเร็วที่คำนวณแล้ว
  • ผลสอบเทียบแท่งอ้างอิงก่อนและหลังการวัด
  • สภาพผิวและความชื้นขณะทดสอบ รวมถึงตำแหน่งเหล็กเสริมที่หลบ
  • การเปรียบเทียบภายในสมาชิกเดียวกัน ไม่ใช่เทียบกับตารางมาตรฐานอย่างเดียว
  • ข้อสรุปและข้อเสนอแนะที่รับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร พร้อมลายเซ็นและเลขทะเบียน

รายงานของ SPN มีรายการข้างต้นครบ ใช้ประกอบการยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ดูบริการทั้งหมดที่ตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (NDE)

5 ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยเวลาแปลผล UPV

  1. เอาค่าไปเทียบตารางคุณภาพทันที โดยไม่ดูว่าจุดอื่นในสมาชิกเดียวกันได้เท่าไหร่ ทำให้คอนกรีตที่ส่วนผสมให้ความเร็วต่ำโดยธรรมชาติถูกตัดสินว่าเสีย
  2. แปลงความเร็วเป็นกำลังอัดด้วยสูตรสำเร็จ ที่ไม่ได้สอบเทียบกับคอนกรีตชุดนั้น ตัวเลขที่ได้จะคลาดเคลื่อนมากจนใช้ตัดสินใจไม่ได้
  3. ไม่บันทึกรูปแบบการวางหัววัด แล้วนำค่าจากการวางแบบทางอ้อมไปเทียบกับแบบตรง ซึ่งให้ค่าต่ำกว่าโดยธรรมชาติ
  4. ตีความค่าสูงว่าดีเสมอ ทั้งที่แนวคลื่นอาจวิ่งขนานเหล็กเสริมหรือคอนกรีตอิ่มน้ำ ทำให้ตำหนิภายในถูกกลบ
  5. สรุปผลโดยไม่ตรวจยืนยัน ในกรณีที่ค่าต่ำมาก UPV บอกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่บอกไม่ได้ว่าคืออะไร ต้องยืนยันด้วยวิธี NDT อื่นหรือ Core Test

ถ้าผลทดสอบชี้ว่ากำลังคอนกรีตอาจไม่ถึงเกณฑ์ ขั้นตอนการตัดสินใจต่อจากนั้นอ่านได้ที่กำลังอัดคอนกรีตไม่ผ่านเกณฑ์ ต้องทำอย่างไร ส่วนค่าบริการทดสอบขึ้นกับจำนวนจุดและลักษณะหน้างาน ติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม. ราคานี้ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน