Boring Log คืออะไร?
Boring Log หรือ "บันทึกหลุมเจาะ" คือรายงานที่บันทึกข้อมูลชั้นดินทั้งหมดที่พบในหลุมเจาะแต่ละหลุม ตั้งแต่ผิวดินลงไปจนถึงความลึกที่กำหนด ประกอบด้วยลักษณะดิน ค่าความแน่น และผลการทดสอบในสนาม
Boring Log เป็นเอกสารหลักที่วิศวกรโครงสร้างใช้ในการออกแบบฐานราก เลือกประเภทและความยาวเสาเข็ม และประเมินพฤติกรรมดินใต้อาคาร
ตัวอย่าง Boring Log จริง (BH-1)
ด้านล่างคือตัวอย่าง Boring Log จริงจากงานเจาะสำรวจดินของ SPN ในเขตราชเทวี กรุงเทพฯ (หลุม BH-1 ความลึก 30.45 ม. ระดับน้ำใต้ดิน 0.50 ม.) แสดงครบทุกคอลัมน์แบบที่พบในรายงานจริง
อ่านแต่ละคอลัมน์ใน Boring Log อย่างไร?
รายงาน Boring Log จริงมีหลายคอลัมน์เรียงจากซ้ายไปขวา แต่ละคอลัมน์บอกข้อมูลคนละอย่าง:
- Depth (m) — ความลึกจากผิวดิน อ่านชั้นดินจากบนลงล่าง
- Symbol / Graphic Log — สัญลักษณ์แสดงชนิดชั้นดินแบบภาพ
- Sample Type / Number — ชนิดและหมายเลขตัวอย่าง เช่น ST (Shelby Tube เก็บตัวอย่างดินเหนียวแบบคงสภาพ) และ SS (Split Spoon จากการทดสอบ SPT)
- Soil Description — คำอธิบายชั้นดิน ชนิด สี ความแข็ง เช่น "Very Soft to Medium Stiff CLAY, Grey (CH)" จนถึง "Hard CLAY, Brown (CL)"
- Su (t/m²) — กำลังรับแรงเฉือนแบบไม่ระบายน้ำของดินเหนียว จากการทดสอบ Unconfined Compression (UC) และ Field Vane Shear (FV)
- SPT-N (blows/ft) — จำนวนครั้งตอกทดสอบมาตรฐาน ยิ่งสูงยิ่งแน่น
- Water Content / LL / PL (%) — ปริมาณน้ำในดิน และ Atterberg Limits (Liquid Limit, Plastic Limit)
- Total Unit Weight (t/m³) — หน่วยน้ำหนักรวมของดิน
หมายเหตุ: ในตัวอย่างจริงนี้ค่า Su (Undrained Shear Strength) วัดได้ในชั้นดินเหนียวอ่อน–ปานกลางด้านบน (จากการทดสอบ UC ◆ และ FV ▲) มีค่าประมาณ 1–3 t/m² ส่วนชั้นดินแข็งและชั้นทรายที่ลึกลงไปจะรายงานเป็นค่า SPT-N ที่สูงขึ้น (จาก ~17 จนถึงกว่า 70 ครั้ง/ฟุต) ซึ่งเป็นชั้นรับน้ำหนักที่ดี — เพราะดินทราย (cohesionless) ไม่มีค่า Su
ค่า SPT N-Value คืออะไร ดูอย่างไร?
SPT (Standard Penetration Test) N-Value คือจำนวนครั้งที่ต้องตีด้วยตุ้มตอกหนัก 63.5 กก. ปล่อยตกอิสระจากความสูง 76 ซม. เพื่อให้ Sampling Spoon จม 30 ซม. ในดิน ค่ายิ่งสูงหมายถึงดินยิ่งแน่น
| N-Value | ความแน่น / ความแข็งของดิน | ความหมายทางวิศวกรรม |
|---|---|---|
| 0–4 | ดินเหนียวอ่อน / ทรายหลวมมาก | รับน้ำหนักได้น้อย ไม่เหมาะเป็นชั้นรับน้ำหนัก |
| 5–10 | ดินเหนียวแข็งปานกลาง / ทรายหลวม | กำลังรับน้ำหนักต่ำ ยังไม่เหมาะ |
| 11–30 | ดินเหนียวแข็ง / ทรายแน่นปานกลาง | รับน้ำหนักได้ปานกลาง |
| 31–50 | ดินดาน / ทรายแน่น | เหมาะเป็นชั้นรับน้ำหนักปลายเสาเข็ม |
| >50 | ดินดาน / ทรายแน่นมาก | ชั้นรับน้ำหนักที่ดีที่สุด |
ให้มองหาระดับความลึกที่ N-Value เริ่มสูงกว่า 30–50 อย่างต่อเนื่อง นั่นคือบริเวณ "ชั้นดินรับน้ำหนัก" ที่วิศวกรจะออกแบบให้ปลายเสาเข็มวางอยู่ที่นั่น ความลึกของชั้นนี้แตกต่างกันมากในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ — ดูรายละเอียดเชิงลึกความลึกชั้นทรายแน่นรายภูมิภาคได้ที่ ดินอ่อนกรุงเทพ vs ต่างจังหวัด
ตารางจำแนกความแข็ง/ความแน่นของดินตามค่า SPT N-Value
วิศวกรธรณีเทคนิคใช้ค่า SPT N-Value แปลความ "ความแข็ง" (Consistency) ของดินเหนียว และ "ความแน่น" (Compactness / Relative Density) ของดินทราย ตามมาตรฐานสากล (อ้างอิงตาราง Terzaghi & Peck) ตารางสองชุดนี้คือกุญแจสำคัญในการอ่าน Boring Log ให้เข้าใจว่าแต่ละชั้นดินแข็งหรืออ่อนเพียงใด
1) ดินเหนียว (Cohesive Soil) — Consistency กับ Su
| ความแข็ง (Consistency) | SPT N-Value | Su (t/m²) | ลักษณะที่สังเกตได้ |
|---|---|---|---|
| อ่อนมาก (Very Soft) | < 2 | < 1.25 | บีบทะลุนิ้วได้ง่าย เหลวคล้ายโคลน |
| อ่อน (Soft) | 2–4 | 1.25–2.50 | ปั้นเป็นก้อนได้ กดด้วยนิ้วโป้งจมง่าย |
| ปานกลาง (Medium) | 4–8 | 2.50–5.00 | กดด้วยนิ้วโป้งได้ปานกลาง |
| แข็ง (Stiff) | 8–15 | 5.00–10.00 | กดด้วยนิ้วโป้งได้แต่ลำบาก |
| แข็งมาก (Very Stiff) | 15–30 | 10.00–20.00 | กดได้แค่รอยเล็บ |
| แข็งมากๆ (Hard) | > 30 | > 20.00 | กดด้วยเล็บแทบไม่เป็นรอย |
2) ดินทราย (Cohesionless Soil) — Compactness กับ Relative Density
| ความแน่น (Compactness) | SPT N-Value | Relative Density (%) | ลักษณะที่สังเกตได้ |
|---|---|---|---|
| หลวมมาก (Very Loose) | 0–4 | < 15 | ทรายร่วน ไหลตัวง่าย |
| หลวม (Loose) | 4–10 | 15–35 | ขุดด้วยพลั่วได้ง่าย |
| ปานกลาง (Medium Dense) | 10–30 | 35–65 | แน่นปานกลาง |
| แน่น (Dense) | 30–50 | 65–85 | ต้องใช้แรงขุดมาก |
| แน่นมาก (Very Dense) | > 50 | 85–100 | แทบขุดด้วยมือไม่ได้ ชั้นรับน้ำหนักที่ดี |
หมายเหตุ: ค่าในตารางเป็นช่วงอ้างอิงเชิงคุณภาพตามมาตรฐานสากล (1 t/m² ≈ 10 kPa) ใช้เพื่อทำความเข้าใจการแปลผล Boring Log เบื้องต้น ค่า Su และความแน่นจริงในการออกแบบต้องได้จากการทดสอบในสนามและห้องปฏิบัติการ และวิเคราะห์โดยวิศวกรธรณีเทคนิคเป็นกรณีไป
ส่วนประกอบอื่นๆ ใน Boring Log ที่ควรรู้
ระดับน้ำใต้ดิน (Groundwater Level)
บันทึกระดับน้ำใต้ดิน ณ เวลาที่เจาะ และหลังจากนั้น 24 ชั่วโมง ข้อมูลนี้สำคัญสำหรับการออกแบบชั้นใต้ดิน ระบบกันซึม และการประเมินแรงดันน้ำใต้ดินต่อโครงสร้าง
ชื่อชั้นดิน (Soil Classification)
ระบุประเภทดินตามระบบ USCS (Unified Soil Classification System) หรือ AASHTO เช่น CH (ดินเหนียวพลาสติกสูง), CL (ดินเหนียวพลาสติกต่ำ), SP (ทรายคัดขนาดไม่ดี), SM (ทรายปนทราย)
ลักษณะทางกายภาพของดิน
บันทึกสี ความชื้น กลิ่น และสิ่งเจือปน เช่น "สีเทาเข้ม มีกลิ่นอินทรีย์" หรือ "สีน้ำตาลแดง มีรากไม้ปน" ข้อมูลเหล่านี้ช่วยยืนยันลักษณะดินและประเมินความเหมาะสมของชั้นดิน
ผล Lab Test
ตัวอย่างดินบางตัวอย่างจะถูกส่งทดสอบในห้องปฏิบัติการเพื่อหาคุณสมบัติทางกลเพิ่มเติม เช่น Atterberg Limits (LL, PL, PI), Natural Water Content, Unconfined Compression Strength และ Grain Size Analysis
เมื่อได้รับ Boring Log แล้ว ให้ถามวิศวกรออกแบบว่า "ชั้นรับน้ำหนักหลักอยู่ที่ความลึกเท่าไหร่?" และ "วิศวกรแนะนำใช้เสาเข็มประเภทไหน ความยาวเท่าไหร่?" คำตอบเหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าใจการออกแบบฐานรากได้มากขึ้น
ทำไมความลึกชั้นรับน้ำหนักถึงต่างกันในแต่ละพื้นที่?
ตัวเลขความลึกใน Boring Log ที่คุณได้รับจะไม่เหมือนโครงการอื่นเสมอไป เพราะลักษณะธรณีวิทยาของแต่ละภูมิภาคในไทยต่างกันมาก — กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีชั้นดินเหนียวอ่อนหนาที่รู้จักกันในชื่อ "Bangkok Clay" ทำให้ต้องใช้เสาเข็มยาวกว่าภาคอื่นหลายเท่า ขณะที่บางพื้นที่ในภาคเหนือหรือภาคอีสานอาจเจอชั้นดินแข็งหรือหินตื้นกว่ามาก ไม่มีตัวเลขความลึก "มาตรฐาน" ที่ใช้แทนกันได้ทุกที่ แม้แต่ในจังหวัดเดียวกันก็ยังต่างกันได้ในระยะไม่กี่ร้อยเมตร — อ่านรายละเอียดเปรียบเทียบชั้นดินกรุงเทพฯ กับภาคอื่นแบบเต็มรูปแบบ พร้อมตารางความยาวเสาเข็มรายพื้นที่ได้ที่ ดินอ่อนกรุงเทพ vs ต่างจังหวัด — ทำไมต้องออกแบบฐานรากต่างกัน