บทความ GPR สแกนคอนกรีตคืออะไร อธิบายหลักการ ความถี่เสาอากาศ และความลึกที่สแกนได้ไว้แล้ว บทความนี้ต่อจากตรงนั้น คืออธิบายว่าเมื่อรายงานสแกนเหล็กเสริมมาถึงมือ เจ้าของอาคาร ผู้รับเหมา หรือผู้ควบคุมงาน จะอ่านภาพเรดาร์ ตารางสรุป และข้อจำกัดท้ายรายงานอย่างไร โดยใช้กรณีที่พบบ่อยที่สุด คือตรวจนับเหล็กในเสาคอนกรีตของอาคารที่สร้างเสร็จแล้ว

เจ้าหน้าที่ SPN ลากเครื่อง GPR สแกนพื้นคอนกรีตภายในอาคาร พร้อมมาร์คตำแหน่งที่พบด้วยสเปรย์สีแดงบนผิวพื้น
ผลสแกนที่ใช้งานได้จริงต้องย้อนกลับไปชี้ตำแหน่งบนผิวคอนกรีตได้ ทีมจึงมาร์คตำแหน่งที่พบไว้บนผิวทุกครั้ง และรายงานต้องมีผังตำแหน่งจุดสแกนที่ตรงกับรหัสในตาราง (ภาพ: SPN Soil Engineering)

รายงานสแกนเหล็กด้วย GPR ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

รายงานสแกนเหล็กเสริมด้วย GPR ที่อ่านได้ครบมี 5 ส่วนหลัก ถ้าขาดส่วนใดส่วนหนึ่งจะตรวจย้อนผลไม่ได้

  1. ผังตำแหน่งจุดสแกน — แปลนอาคารระบุรหัสจุด เช่น G1–G20 พร้อมชั้นและชนิดองค์อาคาร (เสา คาน พื้น ผนัง)
  2. ภาพเรดาร์รายจุด — ภาพแนวนอนและแนวตั้งของแต่ละจุด มีลูกศรชี้ยอดโค้งที่แปลว่าเหล็ก
  3. ภาพร่างหน้าตัดที่สรุปจากการสแกน — วาดตำแหน่งเหล็กที่พบ และแยกให้เห็นว่าเส้นไหน "พบจริง" เส้นไหน "สันนิษฐาน" (Assume)
  4. ตารางหรือข้อความสรุปรายจุด — จำนวนเหล็กที่พบต่อด้าน จำนวนด้านที่สแกนได้ ระยะเหล็กปลอก และช่วงความสูงที่สแกน
  5. ข้อจำกัดและลายเซ็นวิศวกร — เงื่อนไขที่ทำให้ผลคลาดเคลื่อนได้ และลายมือชื่อวิศวกรผู้ตรวจสอบพร้อมเลขทะเบียนใบอนุญาต

อ่านภาพ Radargram ยังไง? ยอดโค้ง 1 ยอด = เหล็ก 1 เส้น

Radargram คือภาพหน้าตัดที่เครื่อง GPR สร้างจากคลื่นสะท้อนขณะเลื่อนเครื่องไปตามผิวคอนกรีต เมื่อเลื่อนเครื่องตั้งฉากกับเหล็ก คลื่นจะสะท้อนจากเหล็กตั้งแต่ก่อนเครื่องจะถึงตัวเหล็กและหลังผ่านไปแล้ว ภาพที่ได้จึงเป็นรูปโค้งคว่ำ ยอดของโค้งคือจุดที่เครื่องอยู่ตรงเหนือเหล็กพอดี ภาพเรดาร์ทุกภาพอ่านจาก 3 องค์ประกอบ

1. แกนนอน = ระยะทางตามแนวสแกน

แกนนอนคือระยะที่เครื่องเลื่อนไป หน่วยเป็นเมตร ระยะห่างระหว่างยอดโค้งที่อยู่ติดกันคือระยะเรียงเหล็ก เช่น ยอดโค้งห่างกันราว 0.10 ม. แปลว่าเหล็กเรียงห่างราว 10 ซม.

2. แกนตั้ง = ความลึกจากผิว

เครื่อง GPR วัดเวลาที่คลื่นเดินทางไปกลับ แล้วแปลงเป็นความลึกด้วยค่าความเร็วคลื่นในคอนกรีต ค่าความเร็วนี้ขึ้นกับค่าไดอิเล็กตริก (Dielectric Constant) ของคอนกรีต ซึ่งเปลี่ยนตามความชื้น แกนความลึกจึงแม่นเท่ากับค่าความเร็วที่ตั้งไว้ หัวข้อระยะหุ้มด้านล่างจะอธิบายวิธียืนยันค่า

3. ยอดโค้ง = ตำแหน่งเหล็กและความลึกถึงผิวบนเหล็ก

ยอดโค้งให้ข้อมูล 2 ค่าในจุดเดียว คือตำแหน่งตามแนวสแกนและความลึกถึงผิวบนของเหล็ก ซึ่งใช้เป็นระยะหุ้มคอนกรีต (Concrete Cover) โดยประมาณ โปรแกรมแสดงผลส่วนใหญ่แสดงภาพเป็นแถบสี ยอดโค้งจะเห็นเป็นจุดสีสว่างเรียงกัน ภาพแบบแถบสีกับภาพขาวดำอ่านด้วยหลักเดียวกัน

ภาพจำลองวิธีอ่านผลสแกน GPR ในเสา 30×30 ซม. หน้าตัด ภาพสแกนแนวนอนหาเหล็กยืน และภาพสแกนแนวตั้งหาระยะเหล็กปลอก ภาพจำลองเชิงหลักการเพื่ออธิบายวิธีอ่าน ไม่ใช่ข้อมูลจากโครงการจริง ภาพ ก หน้าตัดเสา 30 คูณ 30 เซนติเมตร เหล็กยืน 8 เส้น ด้านละ 3 เส้นรวมเหล็กมุม มีเหล็กปลอกล้อม เลื่อนเครื่อง GPR แนวนอนตั้งฉากกับเหล็กยืน ด้านที่สแกนเห็นเหล็ก 3 เส้น ภาพ ข ภาพสแกนแนวนอนหรือ Radargram แกนนอนระยะตามแนวสแกน 0 ถึง 0.30 เมตร แกนตั้งความลึก 0 ถึง 20 เซนติเมตร มียอดโค้ง 3 ยอดที่ 0.055 0.150 และ 0.245 เมตร ความลึกยอดประมาณ 5 เซนติเมตร ยอดโค้งหนึ่งยอดคือเหล็กหนึ่งเส้น ตำแหน่งยอดบอกระยะเรียงเหล็กประมาณ 9.5 เซนติเมตร ความลึกยอดบอกระยะหุ้มโดยประมาณ ภาพ ค ภาพสแกนแนวตั้งตามความสูงเสา 0 ถึง 1.60 เมตร ยอดโค้งแต่ละยอดคือเหล็กปลอก ความลึกประมาณ 4 เซนติเมตร ช่วง 0 ถึง 0.80 เมตรห่าง 10 เซนติเมตร เหนือ 0.80 เมตรห่าง 20 เซนติเมตร จุดที่ระยะปลอกเปลี่ยนประมาณ 0.85 เมตร อ่านผลสแกน GPR: ยอดโค้ง 1 ยอด = เหล็ก 1 เส้น ภาพจำลองเชิงหลักการ · ไม่ใช่ข้อมูลโครงการจริง ก) หน้าตัดเสา 30×30 ซม. เหล็กปลอก เครื่อง GPR สแกนด้านนี้เห็นเหล็ก 3 เส้น (สีส้ม รวมมุม) ข) ภาพสแกนแนวนอน (Radargram) 0.00 0.10 0.20 0.30 0 5 10 15 20 ระยะตามแนวสแกน (ม.) ← ความลึก (ซม.) ≈ ระยะหุ้ม ≈ 9.5 ซม. ยอดโค้ง 1 ยอด = เหล็ก 1 เส้น ตำแหน่งยอด → ระยะเรียงเหล็ก ความลึกยอด → ระยะหุ้มโดยประมาณ ค) สแกนแนวตั้งตามความสูงเสา — อ่านระยะเหล็กปลอก 0.00 0.40 0.80 1.20 1.60 0 4 8 12 ความสูงจากพื้น (ม.) ← ลึก (ซม.) ระยะปลอกเปลี่ยน ≈ 0.85 ม. ปลอกถี่ @ 10 ซม. (0–0.80 ม.) ปลอก @ 20 ซม. (เหนือ 0.80 ม.)
ภาพจำลองวิธีอ่านผลสแกน GPR ในเสา 30×30 ซม. (ก) สแกนแนวนอนด้านเดียวเห็นเหล็กยืน 3 เส้นรวมเหล็กมุม (ข) ยอดโค้ง 3 ยอดในภาพเรดาร์ ตำแหน่งยอดบอกระยะเรียง ความลึกยอดบอกระยะหุ้มโดยประมาณ (ค) สแกนแนวตั้งตามความสูงเสา ยอดโค้งแต่ละยอดคือเหล็กปลอก ห่าง 10 ซม. ช่วงล่างและ 20 ซม. ช่วงบน

นับเหล็กเสาจากการสแกนด้านเดียว ได้ครบไหม?

ไม่ครบ การสแกนด้านเดียวนับได้เฉพาะเหล็กยืนที่อยู่ชิดด้านนั้น ซึ่งรวมเหล็กมุม 2 เส้นด้วย จำนวนเหล็กทั้งต้นจึงเป็นค่าที่คำนวณโดยสมมุติว่าเหล็กจัดสมมาตรทุกด้าน ไม่ใช่ค่าที่นับได้จริงทุกเส้น สำหรับเสาสี่เหลี่ยมที่มีเหล็กมุมครบ 4 มุม ใช้ความสัมพันธ์ทางเรขาคณิตนี้

เสาจัตุรัส เหล็กด้านละ n เส้น → เหล็กทั้งต้น = 4 × (n − 1) ตัวอย่าง: พบด้านละ 3 เส้น → 4 × 2 = 8 เส้น · พบด้านละ 4 เส้น → 12 เส้น
เสาสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านกว้าง n₁ เส้น ด้านยาว n₂ เส้น → เหล็กทั้งต้น = 2 × (n₁ + n₂) − 4
แบบจำลอง 3 มิติ การสแกน GPR เสาคอนกรีตด้านเดียว แสดงเหล็กยืนที่พบจริงกับเหล็กที่สันนิษฐาน ระยะเหล็กปลอกตามช่วงความสูง และระดับสุดระยะสแกน (ภาพจำลองเชิงหลักการ ค่าสมมติ) ภาพสามมิติเชิงหลักการของเสาคอนกรีตสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 30 คูณ 30 เซนติเมตร ตั้งชิดผนังและมีตู้ไฟบังด้านข้าง จึงสแกนได้ด้านหน้าด้านเดียว เสาวาดแบบโปร่งให้เห็นโครงเหล็กภายใน เหล็กยืนสามเส้นที่อยู่ชิดด้านที่สแกน รวมเหล็กมุมสองเส้น วาดเป็นเส้นทึบสีส้ม หมายถึงเหล็กที่พบจริงจากการสแกน เหล็กยืนอีกห้าเส้นที่อยู่ด้านอื่นวาดเป็นเส้นประสีเทา หมายถึงเหล็กที่สันนิษฐานจากความสมมาตร เหล็กปลอกวาดเป็นวงรอบเหล็กยืน ช่วงล่างตั้งแต่พื้นถึงความสูง 0.80 เมตร เรียงห่าง 10 เซนติเมตร ช่วงบนเหนือ 0.80 เมตร เรียงห่าง 20 เซนติเมตร หมายเลข 1 คือแนวสแกนแนวนอนที่มีเครื่อง GPR เลื่อนขวางเหล็กยืน ใช้นับเหล็กยืนและระยะเรียง หมายเลข 2 คือแนวสแกนแนวตั้งตามความสูงเสา ใช้อ่านระยะเหล็กปลอก หมายเลข 3 คือหน้าตัดบนสุดของเสาที่ตัดให้เห็นตำแหน่งเหล็ก จุดสีส้มสามจุดคือเหล็กที่พบจริง จุดสีเทาห้าจุดคือเหล็กที่สันนิษฐาน เส้นประสีแดงรอบเสาที่ความสูง 1.60 เมตรคือระดับสุดระยะสแกน เหนือระดับนี้ไม่ได้สแกนจึงยังไม่มีข้อมูล ด้านขวามีเส้นบอกช่วงระยะปลอกสองช่วงและช่วงที่ไม่ได้สแกน กรอบด้านขวาอธิบายการอ่านสามข้อ และสูตรจำนวนเหล็กทั้งต้นของเสาจัตุรัส เท่ากับ 4 คูณด้วยจำนวนเหล็กต่อด้านลบหนึ่ง ในตัวอย่างคือ 4 คูณ 2 เท่ากับ 8 เส้น ซึ่งใช้ได้เมื่อจัดเหล็กสมมาตรเท่านั้น และย้ำว่า GPR วัดขนาดเหล็กโดยตรงไม่ได้ ต้องยืนยันด้วยการสกัดเปิดผิว 2 ถึง 3 จุดต่องาน ตัวเลขในภาพเป็นค่าสมมติเพื่ออธิบายวิธีอ่าน แบบจำลอง 3 มิติ (3D): สแกนเสาด้านเดียว เห็นเหล็กเส้นไหน แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน 1 2 3 ปลอก @10 ซม. สูง 0–0.80 ม. ปลอก @20 ซม. เหนือ 0.80 ม. ไม่ได้สแกน เหนือ 1.60 ม. ตู้ไฟและผนังบังด้านอื่น สแกนได้ด้านเดียว ส้ม = เหล็กที่พบจริง · เทาเส้นประ = สันนิษฐาน (Assume) ภาพจำลองเชิงหลักการ ตัวเลขเป็นค่าสมมติ ไม่ใช่ข้อมูลโครงการจริง อ่านอะไรได้จากภาพนี้ 1 สแกนแนวนอน ยอดโค้ง 3 ยอด = เหล็กยืน 3 เส้น ของด้านที่สแกน รวมเหล็กมุม 2 สแกนแนวตั้ง ยอดโค้ง 1 ยอด = ปลอก 1 วง เขียนระยะเป็นช่วงความสูง 3 หน้าตัดที่สรุปได้ ส้ม: พบจริง 3 เส้น เทา: สันนิษฐาน 5 เส้น เหล็กทั้งต้น (เสาจัตุรัส) 4 × (3 − 1) = 8 เส้น ใช้ได้เมื่อจัดเหล็กสมมาตร รายงานต้องระบุว่าสันนิษฐาน สิ่งที่ภาพสแกนไม่บอก ขนาดเหล็ก: GPR วัดตรงไม่ได้ ยืนยันด้วยการสกัดเปิดผิว 2–3 จุดต่องาน เหนือระดับสุดระยะสแกน ยังไม่มีข้อมูลเหล็กปลอก
แบบจำลอง 3 มิติเชิงหลักการของการสแกนเสา 30×30 ซม. ด้านเดียว เส้นทึบสีส้มคือเหล็กยืน 3 เส้นที่พบจริง เส้นประสีเทาคือเหล็ก 5 เส้นที่สันนิษฐานจากความสมมาตร เส้นประสีแดงคือระดับสุดระยะสแกน ตัวเลขเป็นค่าสมมติชุดเดียวกับภาพเรดาร์ด้านบน (ภาพ: SPN Soil Engineering)

สูตรนี้ใช้ได้เมื่อการจัดเหล็กสมมาตรจริงเท่านั้น ถ้าเสาอยู่ชิดผนัง มีกระเบื้อง หรือมีตู้ไฟบังจนเข้าถึงได้ด้านเดียว รายงานควรเขียนให้ชัดว่า "สแกนได้ 1 ด้าน" และเหล็กด้านที่เหลือเป็นค่าสันนิษฐาน ในภาพร่างหน้าตัดของรายงาน มักใช้คำว่า Assume กำกับเหล็กที่ไม่ได้สแกนโดยตรง

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ความน่าเชื่อถือของจำนวนเหล็กเสา ตามจำนวนด้านที่สแกนได้
สแกนได้สิ่งที่ยืนยันได้สิ่งที่ยังเป็นค่าสันนิษฐาน
1 ด้านจำนวนเหล็กด้านนั้น ระยะเรียง ระยะปลอกจำนวนเหล็กอีก 3 ด้าน และจำนวนทั้งต้น
2 ด้านที่ตั้งฉากกันจำนวนเหล็กด้านกว้างและด้านยาวด้านตรงข้าม (สมมุติว่าเท่ากัน)
3–4 ด้านจำนวนเหล็กเกือบทั้งต้นเหลือเฉพาะขนาดเหล็ก ซึ่ง GPR วัดตรงไม่ได้

ระยะเหล็กปลอก อ่านจากภาพแนวตั้งยังไง?

ระยะเหล็กปลอกอ่านจากภาพที่เลื่อนเครื่องขึ้นลงตามความสูงของเสา เพราะแนวนี้ตั้งฉากกับเหล็กปลอก ยอดโค้งแต่ละยอดคือเหล็กปลอก 1 วง ระยะห่างระหว่างยอดคือระยะเรียงของปลอกในช่วงนั้น

สิ่งที่ต้องอ่านให้ครบคือช่วงความสูงที่ระยะปลอกเปลี่ยน แบบก่อสร้างหลายแบบกำหนดให้ปลอกถี่ขึ้นบริเวณปลายเสา รายงานที่ดีจึงไม่ควรเขียนระยะปลอกค่าเดียวทั้งต้น แต่ควรเขียนเป็นช่วง เช่น "ปลอกห่าง 10 ซม. ที่ความสูง 0–0.80 ม. และห่าง 20 ซม. ตั้งแต่ 0.80 ม. ขึ้นไปจนสุดระยะสแกน" แล้วนำไปเทียบกับแบบก่อสร้างของอาคารนั้น การตัดสินว่าระยะที่พบเพียงพอหรือไม่เป็นหน้าที่ของวิศวกรโครงสร้างผู้ประเมิน

💡 "สุดระยะสแกน" ไม่ได้แปลว่าสุดความสูงเสา

ผู้สแกนมักเข้าถึงได้แค่ระดับเอื้อมมือหรือระดับฝ้า ข้อสรุปเรื่องระยะปลอกจึงใช้ได้เฉพาะช่วงความสูงที่สแกนจริง ช่วงปลายบนของเสาใต้คานที่ไม่ได้สแกน ยังไม่มีข้อมูล

ระยะหุ้มคอนกรีตจาก GPR แม่นแค่ไหน?

ระยะหุ้มจาก GPR เป็นค่าประมาณ ความแม่นขึ้นกับว่าตั้งค่าความเร็วคลื่นตรงกับคอนกรีตจริงแค่ไหน วิธีที่ใช้ยืนยันค่าคือสกัดเปิดผิวคอนกรีตที่จุดสอบเทียบ วัดระยะถึงเหล็กจริงด้วยตลับเมตรหรือเวอร์เนีย แล้วปรับค่าความเร็วคลื่นให้ความลึกในภาพตรงกับค่าที่วัดได้ ปัจจัยที่ทำให้ค่าคลาดเคลื่อนมีดังนี้

  • ความชื้นในคอนกรีต — คอนกรีตชื้นทำให้คลื่นเดินช้าลงและสัญญาณอ่อนลง ถ้าใช้ค่าความเร็วของคอนกรีตแห้ง ความลึกที่อ่านได้จะคลาดจากจริง
  • ชั้นผิวที่ฉาบหรือปูทับ — ความลึกที่อ่านได้วัดจากผิวที่วางเครื่อง ถ้าสแกนบนปูนฉาบหรือกระเบื้อง ตัวเลขจะรวมความหนาชั้นผิวไว้ด้วย รายงานจึงต้องระบุสภาพผิวที่สแกน
  • ผิวขรุขระหรือมีรอยแตก — เครื่องแนบผิวไม่สนิท ทำให้สัญญาณรบกวนและยอดโค้งไม่คม

ถ้าต้องการระยะหุ้มละเอียดเฉพาะจุด เช่น ตรวจรับงานหล่อคอนกรีตใหม่ นิยมใช้ Cover Meter ซึ่งเป็นเครื่องวัดแบบสนามแม่เหล็ก ทำงานคู่กับ GPR ได้ดี

ตารางสรุปผลสแกน อ่านยังไง? ดูจากตัวอย่าง

ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างประกอบ แสดงวิธีแปลข้อความในรายงานสแกนเสา 4 ต้น เป็นข้อสรุปที่ใช้งานต่อได้ ตัวเลขเป็นค่าสมมุติเพื่ออธิบายวิธีอ่าน ไม่ใช่ผลจากโครงการจริง

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

ตัวอย่างตารางสรุปผลสแกนเสา และวิธีแปลผล (ค่าสมมุติ)
จุดด้านที่สแกนเหล็กยืนที่พบระยะปลอกที่พบอ่านว่าอะไร
C12 ด้านด้านละ 3 เส้น@10 ซม. (0–0.80 ม.) · @20 ซม. (เหนือ 0.80 ม.)สอดคล้องกับเหล็ก 8 เส้นแบบสมมาตร ปลอกถี่ช่วงล่าง
C21 ด้าน3 เส้น@20 ซม. ตลอดช่วงที่สแกน8 เส้นเป็นค่าสันนิษฐาน ไม่พบช่วงปลอกถี่ในช่วงที่สแกน ต้องเทียบแบบ
C31 ด้าน4 เส้น@10 ซม. (0–1.20 ม.)พบมากกว่าแบบ อาจเป็นช่วงต่อทาบ ควรสแกนซ้ำที่ระดับความสูงอื่น
C41 ด้านยอดโค้งไม่ชัดอ่านไม่ได้สัญญาณถูกรบกวน เช่น ผิวชื้นหรือมีวัสดุปิดผิว ควรเปิดผิวหรือเปลี่ยนตำแหน่งสแกน

จุด C3 เป็นกรณีที่พบบ่อย เหล็กที่พบมากกว่าแบบในช่วงความสูงหนึ่ง มักเป็นช่วงต่อทาบ (Lap Splice) ที่เหล็กสองเส้นวางซ้อนกัน อีกสาเหตุคือท่อโลหะหรือแผ่นเหล็กฝังที่ให้ยอดโค้งคล้ายเหล็ก การสแกนซ้ำที่ระดับความสูงอื่นช่วยแยกได้ เพราะช่วงต่อทาบจะหายไปเมื่อพ้นระยะทาบ

ผลสแกนไม่ตรงแบบ ต้องทำอะไรต่อ?

ผลสแกนที่ไม่ตรงแบบยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าโครงสร้างบกพร่อง ขั้นตอนที่ควรทำตามลำดับคือยืนยันผลก่อน แล้วจึงส่งให้วิศวกรโครงสร้างประเมิน

  1. สแกนซ้ำด้านอื่นหรือความสูงอื่น — ตัดกรณีช่วงต่อทาบและวัตถุฝังอื่นออกก่อน
  2. ทำ Area Scan เฉพาะจุดสำคัญ — สแกนเป็นตารางทั้งแกน X และ Y เช่น พื้นที่ 0.60×0.60 ม. เพื่อดูภาพแผนที่เหล็กทั้งแผง
  3. สกัดเปิดผิวยืนยัน — เป็นวิธีเดียวที่ยืนยันขนาดเหล็กได้ ควรเปิดอย่างน้อย 2–3 จุดต่องาน และใช้เป็นจุดสอบเทียบระยะหุ้มไปพร้อมกัน
  4. ตรวจวิธีอื่นประกอบ — เช่น Core Test เมื่อต้องการกำลังอัดคอนกรีตจริง หรือ Half-Cell Potential เมื่อสงสัยการกัดกร่อนของเหล็ก
  5. ส่งวิศวกรโครงสร้างประเมิน — นำจำนวนเหล็กที่ยืนยันแล้วไปตรวจกำลังรับน้ำหนักตามการใช้งานจริง ซึ่งต้องทำเป็นรายโครงการ ดูภาพรวมได้ที่ การประเมินโครงสร้างอาคารเก่า

รายงาน GPR ควรเขียนข้อจำกัดอะไรไว้บ้าง?

รายงานควรเขียนข้อจำกัดอย่างน้อย 6 ข้อ ข้อจำกัดท้ายรายงานไม่ใช่ข้อความป้องกันตัวของผู้ตรวจ แต่เป็นเงื่อนไขที่บอกผู้อ่านว่าตัวเลขใช้ได้แค่ไหน แนวทาง ACI PRC-228.2-13 ของสถาบันคอนกรีตอเมริกัน (American Concrete Institute) ก็ระบุว่า GPR เหมาะกับการหาตำแหน่งเหล็ก แต่ไม่ใช่วิธีวัดขนาดเหล็ก ข้อจำกัดที่ควรมีได้แก่

  • เหล็กที่อยู่ชิดหรือซ้อนกัน เช่น ช่วงต่อทาบ หรือเหล็กมัดรวมที่มุมเสา สัญญาณสะท้อนจะซ้อนกันจนนับจำนวนจริงได้ยาก
  • เหล็กชั้นนอกบังเหล็กชั้นใน ในโครงสร้างที่มีเหล็กหลายชั้นหรือหน้าตัดหนา ทำให้เหล็กชั้นลึกคลาดเคลื่อนได้มากกว่าเหล็กชั้นนอก
  • ความชื้นและคลอไรด์ ทำให้สัญญาณอ่อนลง โดยเฉพาะโครงสร้างที่เปียกเป็นประจำ
  • วัตถุโลหะอื่น เช่น ท่อร้อยสายไฟ แผ่นเหล็กฝัง หรือพุก อาจถูกอ่านเป็นเหล็กเสริม
  • พื้นที่สแกนแคบหรือเข้าถึงได้ด้านเดียว ผลบางส่วนต้องอาศัยการสันนิษฐานว่าการจัดเหล็กสมมาตร
  • ผลเป็นข้อมูลเฉพาะตำแหน่งที่สแกน ใช้แทนทั้งองค์อาคารหรือทั้งอาคารไม่ได้

เช็คลิสต์ 7 ข้อ ก่อนรับรายงานสแกนเหล็กด้วย GPR

  1. รหัสจุดตรงกันทุกส่วน — ผังตำแหน่ง ภาพเรดาร์ ภาพร่างหน้าตัด และตารางสรุป ใช้รหัสจุดเดียวกัน
  2. ภาพเรดาร์ครบทั้ง 2 แนว — แนวนอนสำหรับนับเหล็กยืน แนวตั้งสำหรับระยะปลอก และมีลูกศรชี้ยอดโค้งที่ใช้สรุป
  3. ระบุจำนวนด้านที่สแกนได้รายจุด — แยกค่าที่พบจริงออกจากค่าสันนิษฐานให้ชัด
  4. ระยะปลอกเขียนเป็นช่วงความสูง — พร้อมระบุความสูงสูงสุดที่สแกนได้
  5. ระบุวิธีสอบเทียบความลึก — มีจุดสกัดเปิดผิวหรือบอกค่าที่ใช้ ถ้าไม่มี ให้อ่านระยะหุ้มเป็นค่าประมาณหยาบ
  6. บันทึกสภาพผิวที่สแกน — คอนกรีตเปลือย ปูนฉาบ กระเบื้อง หรือผิวชื้น
  7. มีข้อจำกัดและลายเซ็นวิศวกร — ลงนามโดยวิศวกรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กว.) พร้อมเลขทะเบียน

สรุป: อ่านผลสแกน GPR เหล็กเสริมยังไง?

การอ่านผลสแกน GPR เหล็กเสริมเริ่มจากภาพเรดาร์ แล้วอ่าน 5 เรื่องตามลำดับ

  • ยอดโค้ง 1 ยอด — คือเหล็ก 1 เส้น
  • ภาพแนวนอน — ใช้นับเหล็กยืนและระยะเรียง
  • ภาพแนวตั้ง — ใช้อ่านระยะปลอกเป็นช่วงความสูง
  • ความลึกของยอด — คือระยะหุ้มโดยประมาณ ควรสอบเทียบกับจุดสกัดเปิดผิว
  • จำนวนเหล็กทั้งต้นจากการสแกนด้านเดียว — เป็นค่าสันนิษฐานจากความสมมาตร ส่วนขนาดเหล็กต้องยืนยันด้วยการเปิดผิวเท่านั้น

ถ้ากำลังวางแผนตรวจสอบเหล็กเสริมในอาคารเดิม ดูรายละเอียดบริการได้ที่ ตรวจสอบโครงสร้างแบบไม่ทำลาย (NDE) หรือดูปัจจัยที่มีผลต่อค่าบริการใน ราคาตรวจสอบโครงสร้าง NDT 2026 ค่าบริการสแกน GPR ขึ้นกับจำนวนจุด ชนิดองค์อาคาร และการเข้าถึงพื้นที่ ติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชม. ราคานี้ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน

⚠️ หมายเหตุเรื่องข้อมูลในบทความ

ภาพเรดาร์ในบทความเป็นภาพจำลองเชิงหลักการ และตารางตัวอย่างเป็นค่าสมมุติเพื่ออธิบายวิธีอ่าน ไม่ใช่ผลจากโครงการใด สูตรนับเหล็กเป็นความสัมพันธ์ทางเรขาคณิตที่ใช้ได้เมื่อการจัดเหล็กสมมาตร การประเมินว่าเหล็กที่พบเพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ ต้องผ่านวิศวกรโครงสร้างผู้รับผิดชอบของแต่ละโครงการ