Piezometer คืออะไร วัดอะไร?

Piezometer คือเครื่องมือวัดแรงดันน้ำในโพรงดิน ณ ระดับความลึกเจาะจง หัววัดติดตั้งในหลุมเจาะ แล้วซีลแยกโซนวัดออกจากชั้นน้ำอื่นด้วยเบนโทไนต์ ค่าที่อ่านได้จึงเป็นแรงดันน้ำของชั้นดินระดับนั้น ไม่ปนกับน้ำจากชั้นบนหรือชั้นล่าง Piezometer เป็น 1 ใน 10 เครื่องมือวัดหลักของงานธรณีเทคนิค อ่านภาพรวมทั้งระบบได้ในบทความเครื่องมือวัดทางธรณีเทคนิค (Instrumentation) คืออะไร

แรงดันน้ำสำคัญเพราะกำลังของดินไม่ได้ขึ้นกับน้ำหนักกดทับตรง ๆ แต่ขึ้นกับหน่วยแรงประสิทธิผล (Effective Stress) ซึ่งเท่ากับหน่วยแรงรวมหักด้วยแรงดันน้ำ เขียนเป็นสมการได้ว่า σ′ = σ − u เมื่อแรงดันน้ำ (u) สูงขึ้น หน่วยแรงประสิทธิผล (σ′) ลดลง กำลังต้านทานของดินก็ลดลงตาม

งานขุดลึก คันดิน และลาดดินจำนวนมากวิบัติเพราะแรงดันน้ำเปลี่ยนไปจากที่ออกแบบไว้ การวัดแรงดันน้ำจริงในสนามจึงเป็นข้อมูลที่ใช้ตัดสินความปลอดภัยของงานโดยตรง

Piezometer ต่างจาก Observation Well อย่างไร?

Piezometer ต่างจาก Observation Well ที่ความกว้างของ "โซนวัด" Observation Well มีท่อกรองเกือบตลอดความยาว น้ำจากทุกชั้นที่ท่อตัดผ่านไหลเข้ามารวมกัน ค่าที่ได้คือระดับน้ำรวมเฉลี่ย ส่วน Piezometer ซีลแยกโซนวัดให้แคบ ค่าที่ได้คือแรงดันน้ำเฉพาะระดับความลึกที่เลือก

งานที่ต้องรู้ค่ารายชั้นจึงต้องใช้ Piezometer เช่น พื้นที่ที่มีชั้นน้ำบาดาลซ้อนกันหลายชั้น หรือการติดตามแรงดันน้ำในชั้นดินเหนียวระหว่างถมดิน อ่านการเปรียบเทียบแบบละเอียดพร้อมโครงสร้างภายในของบ่อสังเกตการณ์ได้ในบทความObservation Well บ่อสังเกตการณ์ระดับน้ำใต้ดิน ดูตัวอย่างงานที่ติดตั้งทั้งสองชนิดคู่กันได้ที่ Case Study Piezometer 8 ม. และ Monitoring Well สมุทรปราการ

Standpipe Piezometer (Casagrande) ทำงานอย่างไร?

Standpipe Piezometer (แบบ Casagrande) คือท่อยืนขนาดเล็กที่มีหัวกรองพรุน (Porous Tip) ติดอยู่ที่ปลาย หย่อนลงหลุมเจาะถึงระดับที่ต้องการวัด รอบหัวกรองกรุด้วยทรายกรอง เหนือขึ้นมาซีลด้วยเบนโทไนต์เพื่อปิดโซนวัด แล้วกรอกหลุมส่วนที่เหลือจนถึงปากหลุม น้ำจากชั้นดินซึมผ่านหัวกรองเข้าท่อ จนระดับน้ำในท่อสมดุลกับแรงดันน้ำของชั้นนั้น

ระดับน้ำในท่อจึงเป็นตัวแทนของแรงดันน้ำที่ปลายท่อ แรงดันน้ำที่ระดับหัวกรองเท่ากับหน่วยน้ำหนักของน้ำคูณความสูงของน้ำเหนือหัวกรอง (u = γw × h) น้ำสูง 1 เมตรเทียบเท่าแรงดันประมาณ 9.81 kPa หรือราว 1 ตัน/ตร.ม.

การอ่านค่าใช้ Dip Meter หย่อนลงในท่อ เมื่อหัววัดแตะผิวน้ำเครื่องจะส่งเสียง อ่านความลึกจากเทปวัดแล้วคำนวณกลับเป็นแรงดันน้ำ ข้อดีคือโครงสร้างเรียบง่าย ทนทาน ใช้งานได้นานหลายสิบปี และตรวจสอบความผิดปกติได้ง่าย

ข้อจำกัดสำคัญคือความล่าช้าในการตอบสนอง (Time Lag) ในดินความซึมน้ำต่ำอย่างดินเหนียว น้ำไหลเข้าท่อช้า ค่าที่อ่านจึงตามหลังแรงดันจริง นอกจากนี้ยังต้องส่งคนไปอ่านทีละจุดทุกรอบ

แบบติดตั้ง Standpipe Piezometer ในหลุมเจาะ แสดงปลอกป้องกัน 50 มม. และแผ่นคอนกรีตที่ปากหลุม ท่อ PVC 17 มม. กรอกหลุมด้วยเบนโทไนต์ผสมซีเมนต์ ปิดโซนวัดด้วยเบนโทไนต์เพลเลตที่ 14.00–14.50 ม. และทรายกรองหุ้มหัวกรองช่วง 14.50–15.50 ม.
แบบติดตั้ง Standpipe Piezometer — ทรายกรองหุ้มหัวกรองคือโซนวัด (Sensing Zone) ส่วนเบนโทไนต์เพลเลตด้านบนทำหน้าที่ซีลแยกโซนวัดออกจากชั้นน้ำอื่น (แบบ: SPN Soil Engineering)
ทีมงาน SPN เจาะติดตั้ง Piezometer ที่หน้างานริมบ่อน้ำ พร้อมป้ายโครงการระบุงานติดตั้ง Piezometer
งานเจาะติดตั้ง Piezometer ในสนาม — โซนวัดต้องกรุทรายกรองรอบหัวกรองแล้วซีลด้วยเบนโทไนต์เพื่อแยกจากชั้นน้ำอื่น (ภาพ: SPN Soil Engineering)

Vibrating Wire Piezometer ทำงานอย่างไร?

Vibrating Wire Piezometer คือหัววัดแรงดันน้ำที่ใช้หลักการลวดสั่น ภายในหัววัดมีเส้นลวดขึงระหว่างไดอะแฟรมกับตัวเรือน เมื่อแรงดันน้ำกดไดอะแฟรม ความตึงของลวดเปลี่ยน ความถี่ธรรมชาติของลวดก็เปลี่ยนตาม เครื่องอ่าน (Readout Unit) ส่งสัญญาณกระตุ้นให้ลวดสั่นแล้ววัดความถี่ จากนั้นแปลงกลับเป็นค่าแรงดันน้ำ

สัญญาณความถี่ทนต่อการรบกวนในสายยาวได้ดี จึงเดินสายจากหัววัดที่ฝังลึกขึ้นมาอ่านที่ปากหลุมหรือต่อเข้า Datalogger อ่านอัตโนมัติจากระยะไกลได้

จุดแข็งที่ทำให้ Vibrating Wire เป็นตัวเลือกหลักของงานเฝ้าระวังคือความเร็วตอบสนอง ไดอะแฟรมต้องการน้ำปริมาณน้อยมากในการขยับ จึงอ่านการเปลี่ยนแปลงแรงดันได้เกือบทันที แม้ในดินเหนียวที่ Standpipe ต้องรอหลายวัน

ก่อนติดตั้ง หัววัดแต่ละตัวต้องผ่านการทดสอบรับรอง (Pre-installation Acceptance Test) ตามแนวทาง ASTM D7764-20 เพื่อยืนยันว่าหัววัดทำงานถูกต้องก่อนฝังลงดิน เพราะเมื่อฝังแล้วนำขึ้นมาตรวจซ่อมไม่ได้อีก

แบบติดตั้ง Vibrating Wire Piezometer หลายระดับในหลุมเจาะเดียว แต่ละหัววัดหุ้มด้วยทรายกรองแล้วซีลด้วยเบนโทไนต์บนล่าง คั่นระหว่างโซนด้วยเบนโทไนต์ผสมซีเมนต์อัตราส่วน 1:5:16 โดยน้ำหนัก พร้อมรายละเอียดหัววัดยาว 113 มม. ต่อสาย PVC ขึ้นปากหลุม
แบบติดตั้ง Vibrating Wire Piezometer แบบหลายระดับในหลุมเจาะเดียว — แต่ละโซนวัดถูกซีลด้วยเบนโทไนต์ทั้งบนและล่าง แล้วคั่นด้วยเบนโทไนต์ผสมซีเมนต์ เพื่อไม่ให้แรงดันน้ำจากคนละชั้นรั่วถึงกัน (แบบ: SPN Soil Engineering)

ระดับที่ฝังหัววัดไม่ได้เลือกจากความลึกกลม ๆ แต่เลือกจากชั้นดินที่ต้องการรู้แรงดัน แบบด้านล่างวางผังชั้นดินจากหลุมเจาะไว้คู่กับแบบติดตั้ง จะเห็นว่าหัววัดถูกวางในชั้นทรายปนดินเหนียวด้านล่าง หุ้มด้วยทราย แล้วปิดทับด้วยลูกเบนโทไนต์ก่อนกรอกน้ำปูนเบนโทไนต์-ซีเมนต์ตลอดความยาวที่เหลือ

แบบติดตั้ง Vibrating Wire Piezometer เทียบกับผังชั้นดินจากหลุมเจาะ ไล่จากบนลงล่าง ได้แก่ ชั้นหินคลุก ทรายปนตะกอนสีน้ำตาลอมเหลือง ทรายปนดินเหนียวสีน้ำตาลอมเหลือง ทรายปนดินเหนียวสีเทาอ่อน ดินเหนียวปนทรายสีน้ำตาลอ่อน และดินเหนียวปนทรายสีน้ำตาลอมเทา โดยหัววัดฝังในชั้นล่างสุด หุ้มด้วยทราย ปิดด้วยลูกเบนโทไนต์ และกรอกน้ำปูนเบนโทไนต์ผสมซีเมนต์ตลอดความยาวหลุม
ตำแหน่งหัววัดเลือกจากชั้นดิน ไม่ใช่จากความลึกกลม ๆ — ผังชั้นดินจากหลุมเจาะ (ซ้าย) ใช้กำหนดว่าจะวางหัววัดที่ชั้นไหน ส่วนน้ำปูนเบนโทไนต์-ซีเมนต์ที่กรอกตลอดความยาว (ขวา) ทำหน้าที่กันน้ำจากชั้นบนไหลลงมารบกวนค่าที่วัด (แบบ: SPN Soil Engineering)
เจ้าหน้าที่ SPN อ่านค่า Piezometer ด้วยเครื่องอ่านภาคสนาม พร้อมสายสัญญาณและ Dip Meter ที่หน้างาน
การอ่านค่า Piezometer ในสนามด้วยเครื่องอ่านแบบพกพา — งานจริงมักอ่านคู่กับการหยั่งระดับน้ำด้วย Dip Meter เพื่อตรวจทานกัน (ภาพ: SPN Soil Engineering)

Standpipe กับ Vibrating Wire เลือกแบบไหนดี?

เลือก Standpipe เมื่อต้องการจุดติดตามระยะยาวที่ทนทานและงบจำกัด เลือก Vibrating Wire เมื่อค่าเปลี่ยนเร็ว หัววัดอยู่ในดินเหนียว หรือต้องอ่านค่าอัตโนมัติ ทั้งสองแบบวัดแรงดันน้ำเหมือนกัน แต่เหมาะกับงานคนละลักษณะ

ภาพ 2 มิติด้านล่างวางหลุมเจาะของทั้งสองแบบไว้ข้างกัน ให้สังเกต 3 จุด จุดแรกคือวัสดุกรอกหลุมที่เหมือนกันทั้งสองแบบ ได้แก่ ทรายกรอง เบนโทไนต์ซีล และซีเมนต์-เบนโทไนต์ จุดที่สองคือวิธีได้ค่า แบบ Standpipe อ่านระดับน้ำในท่อ ส่วนแบบ Vibrating Wire ส่งค่าผ่านสายสัญญาณ จุดที่สามคือกราฟเล็กด้านล่างที่เทียบความเร็วตอบสนองเมื่อแรงดันน้ำในดินเปลี่ยน

แบบจำลอง 2 มิติ เปรียบเทียบการติดตั้งและการอ่านค่า Standpipe Piezometer กับ Vibrating Wire Piezometer ในหลุมเจาะ ภาพตัดขวางเชิงแนวคิดของหลุมเจาะสองหลุมในชั้นดินเหนียวที่วางอยู่บนชั้นทราย หลุมซ้ายคือ Standpipe Piezometer แบบ Casagrande มีหัวกรองพรุนที่ปลายท่อยืน หุ้มด้วยทรายกรองซึ่งเป็นโซนวัด เหนือขึ้นมาปิดด้วยเบนโทไนต์ซีล แล้วกรอกหลุมด้วยซีเมนต์ผสมเบนโทไนต์จนถึงผิวดิน น้ำในท่อยืนขึ้นมาอยู่ที่ระดับแรงดันน้ำของชั้นดินที่ปลายท่อ ความสูงของน้ำเหนือหัวกรองคือ h และแรงดันน้ำเท่ากับหน่วยน้ำหนักน้ำคูณ h อ่านค่าด้วย Dip Meter ที่หย่อนลงในท่อ หลุมขวาคือ Vibrating Wire Piezometer มีหัววัดฝังในทรายกรองที่ระดับเดียวกัน ปิดด้วยเบนโทไนต์ซีลและซีเมนต์ผสมเบนโทไนต์แบบเดียวกัน สายสัญญาณเดินขึ้นปากหลุมไปยังกล่อง Readout หรือ Datalogger แถบล่างสรุปความต่าง แบบ Standpipe ตอบสนองช้าในดินเหนียว ต้องส่งคนอ่าน แต่ทนทาน ส่วนแบบ Vibrating Wire ตอบสนองเกือบทันที อ่านอัตโนมัติได้ แต่ฝังแล้วตรวจซ่อมไม่ได้ กราฟเล็กตรงกลางแสดงว่าเมื่อแรงดันน้ำในดินเปลี่ยน ค่า Vibrating Wire ตามทันเกือบทันที ส่วน Standpipe ค่อย ๆ ไล่ตาม แบบจำลอง 2 มิติ (2D): Standpipe เทียบ Vibrating Wire แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน A Standpipe (Casagrande) อ่านระดับน้ำในท่อด้วย Dip Meter B Vibrating Wire เซนเซอร์ลวดสั่น ส่งค่าผ่านสายสัญญาณ Dip Meter หย่อนวัดระดับน้ำ 1 ท่อยืน (Standpipe) น้ำขึ้นมาในท่อ 2 ซีเมนต์-เบนโทไนต์ กรอกหลุมถึงผิวดิน 3 เบนโทไนต์ซีล ปิดแยกโซนวัด 4 ทรายกรอง โซนวัด (Sensing Zone) 5 หัวกรองพรุน Porous Tip 6 Readout / Datalogger อ่านมือ หรืออ่านอัตโนมัติ 7 สายสัญญาณ เดินจากหัววัดขึ้นปากหลุม 8 หัววัด Vibrating Wire ไดอะแฟรม + ลวดสั่น ใช้น้ำน้อยมากในการวัด 2 3 4 ดินเหนียว (ซึมน้ำต่ำ) ทราย h ระดับน้ำในท่อ = ระดับแรงดันน้ำ ของชั้นดินที่ปลายท่อ u = γw × h แรงดันน้ำที่ระดับหัวกรอง น้ำต้องซึมเข้าท่อจนสมดุล A Standpipe ตอบสนองช้าในดินเหนียว (Time Lag) ต้องส่งคนอ่านทีละจุด ทนทาน ไม่มีอิเล็กทรอนิกส์ในดิน B Vibrating Wire ตอบสนองเกือบทันที ต่อ Datalogger อ่านอัตโนมัติได้ ฝังแล้วตรวจซ่อมหัววัดไม่ได้ เมื่อแรงดันน้ำในดินเปลี่ยน B: Vibrating Wire A: Standpipe เวลา → ภาพเชิงแนวคิด
แบบจำลอง 2 มิติ เทียบ Ⓐ Standpipe (Casagrande) กับ Ⓑ Vibrating Wire ในชั้นดินเหนียว ① ท่อยืนที่น้ำขึ้นมาอยู่ที่ระดับแรงดันน้ำของชั้นดินปลายท่อ ② ซีเมนต์-เบนโทไนต์กรอกหลุมถึงผิวดิน ③ เบนโทไนต์ซีลปิดแยกโซนวัด ④ ทรายกรองซึ่งเป็นโซนวัด (Sensing Zone) ⑤ หัวกรองพรุน ⑥ Readout หรือ Datalogger ⑦ สายสัญญาณ ⑧ หัววัด Vibrating Wire ความสูงน้ำ h เหนือหัวกรองให้แรงดันน้ำ u = γw × h แถบล่างสรุปข้อดีข้อจำกัด และกราฟเชิงแนวคิดแสดงว่า Standpipe ตอบสนองช้ากว่าในดินเหนียว (ภาพ: SPN Soil Engineering)

ตารางด้านล่างสรุปความต่างหลักที่ใช้ตัดสินใจจริง

← เลื่อนดูตารางทั้งหมด →

หัวข้อStandpipe (Casagrande)Vibrating Wire
หลักการวัดระดับน้ำในท่อสมดุลกับแรงดันน้ำ อ่านด้วย Dip Meterเซนเซอร์ลวดสั่น แปลงความถี่เป็นแรงดัน
ความเร็วตอบสนองช้าในดินเหนียว ต้องรอน้ำไหลเข้าท่อเกือบทันที แม้ในดินความซึมน้ำต่ำ
การอ่านค่าส่งคนอ่านทีละจุดทุกรอบต่อ Datalogger อ่านอัตโนมัติ แจ้งเตือนระยะไกลได้
ความทนทานสูงมาก ไม่มีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในดินขึ้นกับอายุเซนเซอร์ ฝังแล้วตรวจซ่อมไม่ได้
ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าสูงกว่า ทั้งหัววัดและระบบอ่าน
เหมาะกับติดตามระยะยาว จุดที่เข้าถึงง่าย งบจำกัดงานเฝ้าระวังที่ค่าเปลี่ยนเร็ว ดินเหนียว จุดเข้าถึงยาก

หลายโครงการใช้ทั้งสองแบบผสมกัน โดยวาง Vibrating Wire ในโซนวิกฤตที่ต้องการค่าเร็วและถี่ ส่วน Standpipe กระจายเป็นจุดติดตามระยะยาวที่ทนทานและตรวจทานง่าย ทั้งนี้ชนิดและจำนวนขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละโครงการ

Piezometer ใช้กับงานอะไรบ้าง?

Piezometer ใช้กับงาน 4 กลุ่มหลัก คือ งานขุดลึก งานถมดินบนดินอ่อน คันดินและเขื่อน และงานลาดดิน ทุกงานมีจุดร่วมคือแรงดันน้ำเป็นตัวกำหนดเสถียรภาพ

งานขุดลึก ใช้ติดตามแรงดันน้ำหลังกำแพงกันดินและใต้ก้นบ่อขุด เพื่อยืนยันผลการลดระดับน้ำ (Dewatering) และเฝ้าระวังแรงดันน้ำใต้ชั้นดินเหนียวก้นบ่อที่อาจดันพื้นบ่อวิบัติ โดยทั่วไปติดตั้งคู่กับ Inclinometer ที่วัดการเคลื่อนตัวด้านข้างของดินและกำแพง เพื่อดูพฤติกรรมดินให้ครบทั้งแรงและการเคลื่อนตัว

งานถมดินบนดินอ่อน (PVD + Preloading) เมื่อถมดินกดทับ ดินเหนียวอ่อนจะเกิดแรงดันน้ำส่วนเกิน (Excess Pore Pressure) การอัดตัวคายน้ำคืบหน้าเท่าไรดูได้จากอัตราการสลายตัวของแรงดันน้ำส่วนเกินนี้ Piezometer จึงเป็นเครื่องมือหลักที่ใช้ตัดสินว่าดินอัดตัวได้ตามแผนหรือยัง อ่านหลักการปรับปรุงดินวิธีนี้ได้ในบทความPVD และ Preloading ปรับปรุงดินอ่อนอย่างไร

ภาพ 3 มิติด้านล่างแสดงงานถมดินบนดินเหนียวอ่อน ซึ่งเป็นงานที่เห็นบทบาทของ Piezometer ชัดที่สุด หัววัดฝังไว้ 3 ระดับความลึกใต้คันดิน โซนสีฟ้าคือบริเวณที่เกิดแรงดันน้ำส่วนเกิน (Δu) ส่วนกราฟในกรอบขวาแสดงว่า Δu ขึ้นตอนถมและค่อย ๆ ลดลงตอนพักการถม

แบบจำลอง 3 มิติ Piezometer หลายระดับความลึกใต้คันดินถมบนดินเหนียวอ่อน ใช้ติดตามแรงดันน้ำส่วนเกินระหว่างถมและการอัดตัวคายน้ำ ภาพสามมิติเชิงแนวคิดของก้อนดินที่ตัดให้เห็นหน้าตัด ชั้นบนเป็นดินเหนียวอ่อน ชั้นล่างเป็นทราย บนผิวดินมีคันดินถมรูปสี่เหลี่ยมคางหมูถมเป็นชั้น ใต้คันดินในชั้นดินเหนียวอ่อนมีโซนสีฟ้าแสดงแรงดันน้ำส่วนเกินที่เกิดจากน้ำหนักดินถม ลูกศรสีฟ้าแสดงน้ำระบายออกขึ้นด้านบนและลงสู่ชั้นทราย หัววัด Piezometer สามตัวฝังที่ความลึกต่างกันใต้กึ่งกลางคันดิน สายสัญญาณเดินตามฐานคันดินไปยังกล่อง Datalogger ที่ตีนคันดินด้านซ้าย มีแผ่นวัดการทรุดตัว Settlement Plate วางที่ฐานคันดินพร้อมก้านโผล่เหนือสันคัน และท่อ Inclinometer ที่ตีนคันดินด้านขวา กรอบขวามีกราฟเชิงแนวคิดแสดงความสูงดินถมที่เพิ่มเป็นขั้น และแรงดันน้ำส่วนเกินที่ขึ้นตอนถมแล้วค่อย ๆ ลดลงเมื่อพักการถม พร้อมสรุปว่าหน่วยแรงประสิทธิผลเท่ากับหน่วยแรงรวมลบแรงดันน้ำ ถ้าแรงดันน้ำขึ้นเร็วและไม่ลดแสดงว่าถมเร็วเกินไป และควรอ่านคู่กับ Settlement Plate และ Inclinometer แบบจำลอง 3 มิติ (3D): Piezometer ใต้คันดินถมบนดินอ่อน แผนภาพไม่ตามมาตราส่วน ดินถม ดินเหนียวอ่อน ทราย Δu หัววัด 3 ระดับความลึก ฝังในดินเหนียวอ่อน ทิศน้ำระบายออก (Δu ลดลง) โซนแรงดันน้ำส่วนเกิน (Δu) 1 Piezometer สายสัญญาณ → Datalogger 2 Settlement Plate วัดการทรุดตัว 3 Inclinometer การเคลื่อนตัวด้านข้าง ค่าที่อ่านได้บอกอะไร? ความสูงดินถม แรงดันน้ำส่วนเกิน Δu ถม พัก ถม พัก: Δu ค่อย ๆ ลด σ′ = σ − u u สูงขึ้น → σ′ ลดลง กำลังของดินลดลงชั่วคราว u ขึ้นเร็วและไม่ยอมลด สัญญาณว่าถมเร็วเกินไป ชะลอหรือพักการถม ตามเกณฑ์ ที่วิศวกรผู้ออกแบบกำหนด อ่านคู่กับ ② และ ③ Δu ลด + ทรุดตัวเข้าที่ = การอัดตัวคายน้ำคืบหน้า ด้านข้างเคลื่อนเร็วขึ้น = เฝ้าระวัง ภาพเชิงแนวคิด ไม่ตามมาตราส่วน
แบบจำลอง 3 มิติ งานถมดินบนดินเหนียวอ่อน ① Piezometer ฝัง 3 ระดับความลึก สายสัญญาณเดินตามฐานคันดินไปที่ Datalogger ② Settlement Plate วัดการทรุดตัวที่ฐานคันดิน ③ Inclinometer วัดการเคลื่อนตัวด้านข้างที่ตีนคันดิน โซนสีฟ้าคือแรงดันน้ำส่วนเกิน (Δu) ลูกศรคือทิศที่น้ำระบายออก กรอบขวาสรุปวิธีอ่านผล ภาพเชิงแนวคิด ไม่ใช่ค่าตรวจวัดจริง และเกณฑ์ควบคุมการถมกำหนดโดยวิศวกรผู้ออกแบบ (ภาพ: SPN Soil Engineering)

วิธีอ่านผลมี 3 ข้อ ข้อแรก ระหว่างถม Δu สูงขึ้นตามน้ำหนักดินถม หน่วยแรงประสิทธิผลยังไม่เพิ่ม กำลังของดินจึงยังไม่ดีขึ้น ข้อสอง เมื่อพักการถม น้ำระบายออก Δu ลดลง และดินแข็งแรงขึ้น ข้อสาม ถ้า Δu ขึ้นเร็วและไม่ลดลงในช่วงพัก แสดงว่าถมเร็วกว่าที่ดินระบายน้ำได้ทัน วิศวกรจะชะลอหรือพักการถมตามเกณฑ์ที่ผู้ออกแบบกำหนด ค่าจาก Piezometer ควรอ่านคู่กับ Settlement Plate และ Inclinometer เสมอ เพื่อยืนยันพฤติกรรมของดินจากข้อมูลมากกว่าหนึ่งชนิด

คันดินและเขื่อน ใช้ติดตามแรงดันน้ำในตัวคันและฐานรากตลอดอายุใช้งาน แนวการไหลซึมที่ผิดปกติมักแสดงตัวเป็นแรงดันน้ำที่สูงผิดตำแหน่ง ก่อนที่ความเสียหายจะมองเห็นที่ผิว

งานลาดดิน ระดับน้ำที่สูงขึ้นช่วงฝนตกหนักเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ลาดดินวิบัติ การวัดแรงดันน้ำคู่กับการเคลื่อนตัวช่วยให้เตือนภัยได้ก่อนเกิดเหตุ

Piezometer อ้างอิงมาตรฐานอะไร และค่าบริการเท่าไร?

งานเครื่องมือวัดทางธรณีเทคนิคไม่มีมาตรฐาน มยผ. เฉพาะ การทดสอบรับรองหัววัด Vibrating Wire ก่อนติดตั้งอ้างอิง ASTM D7764-20 (Standard Practice for Pre-Installation Acceptance Testing of Vibrating Wire Piezometers) ซึ่งกำหนดการทดสอบสองรายการคือ zero test และ down-hole test ส่วนวิธีติดตั้งและรอบการอ่านค่าเป็นไปตามข้อกำหนดเฉพาะโครงการและคู่มือของผู้ผลิตหัววัด

บริการของ SPN ครอบคลุมตั้งแต่เจาะติดตั้ง ทดสอบรับรองหัววัด อ่านค่าฐาน อ่านค่าตามรอบ จนถึงประมวลผลและจัดทำรายงาน รายงานรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (กว.) สภาวิศวกร พร้อมลายเซ็นและเลขทะเบียน ใช้ประกอบการยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ดูขอบเขตบริการทั้งหมดที่หน้างานติดตั้งเครื่องมือวัดและตรวจวัดพฤติกรรม

ค่าบริการขึ้นกับชนิดหัววัด ความลึกติดตั้ง จำนวนจุด และรอบการอ่านค่า จึงประเมินเป็นรายโครงการ ติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีภายใน 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ราคายังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนย้ายเครื่องมือ ซึ่งคิดเพิ่มตามระยะทางของหน้างาน

⚠️ บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป

เนื้อหาอธิบายหลักการทำงานและการเลือกใช้ Piezometer เพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ชนิดหัววัด ตำแหน่งและความลึกติดตั้ง รวมถึงความถี่การอ่านค่าของแต่ละโครงการ ต้องกำหนดโดยวิศวกรผู้รับผิดชอบตามเงื่อนไขเฉพาะของงานนั้น